21/05/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลคดีจับกุม “ซุน หมิงเฉิน” ครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด รวม 7 คดี จับแล้ว 11 ผู้ต้องหา มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

IMG_5590

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลคดีจับกุม “ซุน หมิงเฉิน” ครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด รวม 7 คดี จับแล้ว 11 ผู้ต้องหา มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

วันนี้ (21 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดี “นายซุน หมิงเฉิน” ชาวจีน ครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1, พล.ต.ต.หญิง ธิติมา ธรรเมศรานนท์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ยาคุ้มภัย นักวิทยาศาสตร์ (สบ5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ร่วมแถลง ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ด้านความมั่นคง) สั่งการขยายผลสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุม โดยล่าสุดสืบสวนขยายผลได้รวม 7 คดี จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 11 คน ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก, ปืน M4 2 กระบอก, ระเบิดสังหาร 10 ลูก, ระเบิด C4 น้ำหนัก 3,659 กรัม, กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. รวม 673 นัด และเสื้อเกราะ 3 ตัว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลร่วมกับของตำรวจหน่วยต่าง ๆ ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 2, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ดำเนินคดีกับ นายซุน หมิงเฉิน พร้อมพวก รวม 7 คดี ผู้ต้องหารวม 11 คน ได้แก่

1. คดีจับกุม นายซุน หมิงเฉิน พร้อมอาวุธปืนและวัตถุระเบิด : จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายซุน หมิงเฉิน ชาวจีน ดำเนินคดีข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง โดยได้รับได้รับอนุญาต, พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสารารณะโดยไม่มีเหตุสมควร, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อนุญาต, มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง, มีไว้ครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และ นางยู ชิน หม่า ชาวไต้หวัน ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. คดีขยายผลอาวุธปืนยาว M4 : พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง” กับกลุ่มผู้ขายอาวุธปืน M4 ให้แก่นายซุน หมิงเฉิน จำนวน 5 ราย ได้แก่ นายคเชนทร์, นายเมธี, นายจำลอง, นายปฐมพล และ นายวัชรินทร์

3. คดีขยายผลอาวุธปืนสั้น กล๊อก 26 : มีผู้เกี่ยวข้องกับการขายอาวุธ 6 คน อยู่ระหว่างเชิญตัวมาสอบปากคำ ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ได้ส่งข้อมูล โดย สน.ห้วยขวาง รับคดีจาก สภ.ห้วยใหญ่ มาดำเนินการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป

4. คดีขยายผลวัตถุระเบิด 2 ลูก : ซึ่งนายซุน หมิงเฉิน ได้สั่งให้นายสี บุน เหลียง หาคนไปรับวัตถุระเบิดบริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้อง 4 คน ได้แก่ นายซุน หมิงเฉิน, นายสี บุน เหลียง (คนขับรถ), นายสมเกียรติ (รับจ้างขับรถไปรับระเบิด), นายณภัทร (รับจ้างจากนายสมเกียรติไปรับแทน) อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

5. คดีขยายผลการขอมีบัตรสีชมพู : มีการออกหมายจับ 4 หมาย ผู้ต้องหา 3 คน จับกุมแล้วทั้งหมด ได้แก่ อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่) 2 หมายจับ, เจ้าหน้าที่ 1 หมายจับ และนายซุน หมิงเฉิน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

6. คดีขยายผลเครือข่ายการมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของ นายซุน หมิงเฉิน กับพวก : มีการดำเนินคดีผู้มีส่วนร่วม จำนวน 4 ราย ได้แก่ นายหลานเทียน หรือ เสี่ยวหลาน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานออกหมายจับ), นายซุน หมิงเฉิน, นายสี บุน เหลียง และ นายสมเกียรติ ข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยร่วมกันมีและจัดหาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด เครื่องยุทธภัณฑ์ เพื่อกระทำผิดอาญาร้ายแรง และได้มาซึ่งผลประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือทางอื่นโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใน 4 มูลฐาน ได้แก่ อาวุธปืน, ลักลอบนำพาคนเข้า-ออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย, ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และลักลอบขนเงิน 20 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน

7. คดีขยายผลเครือข่ายเส้นทางการเงินและเส้นทางการซื้อขายเหรียญผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ของนายซุน หมิงเฉิน กับพวก ที่เกี่ยวพันกับเคสหลอกลวงออนไลน์อื่นๆ : จากการตรวจสอบพบว่า นายซุน หมิงเฉิน มีบัญชีธนาคารไทย จำนวน 5 บัญชี ซึ่งได้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้นพบว่ามีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับบัญชีต่าง ๆ กว่า 648 บัญชี มีความเกี่ยวข้องกับ Case ID จำนวนรวมทั้งสิ้น 4,143 Case ID มูลค่าความเสียหายกว่า815 ล้านบาท สำหรับในส่วนของการซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ตรวจสอบพบว่ามีการซื้อขายตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีกลุ่มที่เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว และกลุ่มที่อยู่ระหว่างขยายผล และจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นายซุน หมิงเฉิน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมและฟอกเงิน บก.สอท.1 จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนาย ซุน หมิงเฉิน ต่อไปแล้ว

โฆษก ตร. กล่าวว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดพบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายซุน หมิงเฉิน มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา เครือข่ายนายหลานเทียน หรือ เสี่ยวหลาน และพบหลักฐานความขัดแย้งระหว่างเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ

ข่าวที่น่าติดตาม