21/05/2026

ชบา-ประมงชลบุรี พร้อมชาวบ้านลุยทอดแห ล่าปลาหมอคางดำกลางวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา ผลสำรวจไม่พบ แต่ชาวประมงยังหวั่นวิกฤตระบบนิเวศ

3544526_0

ชบา-ประมงชลบุรี พร้อมชาวบ้านลุยทอดแห ล่าปลาหมอคางดำกลางวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา ผลสำรวจไม่พบ แต่ชาวประมงยังหวั่นวิกฤตระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณชายหาดวอล์กกิ้งสตรีทพัทยาใต้ เมืองพัทยา เพื่อสำรวจความชุกชุมและการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปพบปลาชนิดดังกล่าว บริเวณชายฝั่งพัทยาใต้ โดยเปิดให้ประชาชนร่วมกิจกรรมทอดแหสำรวจสัตว์น้ำในพื้นที่

 
บรรยากาศการสำรวจ มีประชาชนและชาวประมงพื้นบ้านเข้าร่วมกว่า 10 คน ทั้งผู้ที่นำอุปกรณ์มาเองและใช้แหที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ รวมถึงนายสตาร์ท อุ่นกาเย็น อายุ 40 ปี เจ้าของคลิปที่เคยบันทึกภาพปลาหมอคางดำ จนเป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ได้ร่วมทอดแหสำรวจด้วย
เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการสำรวจ ตั้งแต่เวลา 18.00-19.00 น. ผลการสำรวจไม่พบปลาหมอคางดำ พบเพียงลูกปลากระบอก ปลาแป้นกระโดงยาว และสัตว์น้ำชายฝั่งทั่วไป

 
นายณัฐพงค์ วรรณพัฒน์ ประมงจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามสถานการณ์หลังเกิดกระแสข่าวการพบปลาหมอคางดำ บริเวณชายหาดพัทยาใต้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนและชาวประมงพื้นบ้าน เนื่องจากปลาชนิดนี้สามารถอาศัยได้ทั้งในน้ำกร่อยและคลองน้ำเสีย อีกทั้งแพร่กระจายได้รวดเร็วในช่วงที่มีน้ำฝนไหลลงทะเล

 
ความกังวลสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อแหล่งวางไข่และอนุบาลสัตว์น้ำชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณปากคลองที่เชื่อมต่อกับทะเล ซึ่งเป็นแหล่งหากินสำคัญของชาวประมงพื้นบ้าน หากปลาหมอคางดำเพิ่มจำนวนมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและทรัพยากรสัตว์น้ำในระยะยาว
ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรี พบปลาหมอคางดำมาตั้งแต่ปี 2567 โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรีและบางปลาสร้อย ก่อนเริ่มมีรายงานกระจายมายังอำเภอบางละมุง เมืองพัทยา และสัตหีบ โดยแนวทางดำเนินการในปัจจุบัน ยังคงเน้นการเฝ้าระวัง สำรวจพื้นที่เสี่ยง และกำจัดในจุดที่พบความหนาแน่นสูง

 
ด้านนายประสิทธิ์ สุขกูล ชาวประมงพื้นบ้านพื้นที่โค้งดุสิต เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มสังเกตเห็นปริมาณปูและสัตว์น้ำชายฝั่งลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ชายฝั่งและพื้นที่โค้งดุสิต ซึ่งเคยพบปลาหมอคางดำจำนวนมาก ในช่วงฝนตกพรำ
เขาระบุว่า จากเดิมการทำประมงพื้นบ้านสามารถจับปูและสัตว์น้ำได้ในปริมาณมาก แต่ปัจจุบันบางวันวางอวนข้ามคืนกลับได้ผลผลิตเพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกันพบปลาหมอคางดำติดอวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

จึงเชื่อว่าปลาชนิดนี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เนื่องจากมีพฤติกรรมกินลูกกุ้ง ลูกปู และสัตว์น้ำวัยอ่อน
อย่างไรก็ตาม ชาวประมงพื้นบ้านยอมรับว่า แม้สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่รุนแรงเท่าบางจังหวัด แต่หากไม่มีมาตรการจัดการอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของชุมชนประมงขนาดเล็กในอนาคต โดยปัจจุบันหลายฝ่ายยังคงร่วมกันจับปลาหมอคางดำออกจากพื้นที่เท่าที่ทำได้ บางส่วนนำไปประกอบอาหารภายในครัวเรือน แม้ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่คุ้นเคยกับการบริโภคปลาชนิดนี้ก็ตาม.

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

ข่าวที่น่าติดตาม