27/04/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ทลายกว่า 1,500 เครือข่าย ยึดยาบ้า 63 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 5 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 442 ล้านบาท

IMG_3124

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ 1 เดือน ทลายกว่า 1,500 เครือข่าย ยึดยาบ้า 63 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 5 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 442 ล้านบาท

วันนี้ (27 เมษายน 2569) เวลา 10.00 น. ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 10/2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 27 เมษายน 2569 สามารถทลาย 1,502 เครือข่าย จับกุม 16,283 คดี ผู้ต้องหา 14,875 ราย ยึดยาบ้ากว่า 63 ล้านเม็ด, ไอซ์ 5,336 กิโลกรัม, คีตามีน 937 กิโลกรัม, เฮโรอีน 94 กิโลกรัม, ยาอี 200 เม็ด และยึดทรัพย์ 442 ล้านบาท พร้อมสั่งยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่ เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซากในวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 2,823 จุด ครอบคลุม 572 เครือข่าย โดยสามารถจับกุมคดียาเสพติด 2,029 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 2,048 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 154 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 3,960,449 เม็ด, ไอซ์ 386 กิโลกรัม, คีตามีน 1 กิโลกรัม, เฮโรอีน 0.014 กิโลกรัม, ยาอี 71 เม็ด และอาวุธปืน 45 กระบอก พร้อมตรวจยึดเงินสด 1.4 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 65 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดสะสมปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 10 (ห้วงวันที่ 28 มีนาคม – 27 เมษายน 2569) สามารถจับกุมคดียาเสพติด 16,283 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 14,875 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1,071 หมาย สามารถตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 63 ล้านเม็ด, ไอซ์ 5,336 กิโลกรัม, คีตามีน 937 กิโลกรัม, เฮโรอีน 94 กิโลกรัม, ยาอี 200 เม็ด, อาวุธปืน 346 กระบอก และวัตถุระเบิด 5 ลูก และยังสามารถตรวจยึดเงินสด 11 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 442 ล้านบาท

พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า ให้ทุกหน่วยบูรณาการข้อมูลด้านการข่าวระหว่างหน่วยงาน และให้นำเครื่องมือพิเศษที่มีอยู่ เช่น เครื่อง X-Ray แบบพกพา ที่ได้รับการจัดสรรจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รัดกุม พร้อมทั้งให้ความสำคัญในการรายงานเหตุกรณีการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ มายังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ถือปฏิบัติตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.กฤษฎาฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายแดน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ดำเนินการสืบสวนจับกุมเฝ้าระวังและตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติด ทั้งการลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่ามีการข้ามไปดำเนินการซุกซ่อนยาเสพติดอำพรางมากับสินค้า เช่น แบตเตอรี่ เครื่องไฟฟ้า โดยใช้รถกระบะหรือรถสามล้อรับจ้าง รถบรรทุกสินค้า รถน้ำมัน และรถตู้โดยสาร (ซุกซ่อนในช่องลับ), การลำเลียงแบบกองทัพมดด้วยรถโดยสารหรือรถไฟหรือการส่งทางพัสดุไปรษณีย์จากจังหวัดชายแดน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงสู่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคใต้, การลำเลียงยาเสพติดโดยเครือข่ายชาวมาเลเซียที่เดินทางไปลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยใช้รถยนต์ทะเบียนมาเลเซีย หรือลักลอบลำเลียงทางรถไฟหรือรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในชุมชน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปราบปราม เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการลดความหวาดกลัวภัยจากยาเสพติดและเพิ่มความพึงพอใจของประชาชน

พร้อมกับขอขอบคุณทุกหน่วยที่มีการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติดอย่างจริงจังในห้วงที่ผ่านมา และให้หัวหน้าสถานี และผู้กำกับการสืบสวนในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้าในชุมชนให้ต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม และตรงเป้าหมาย “HIT THE POINT” ในชุมชนที่รับผิดชอบ ได้แก่ การแก้ไขสภาพแวดล้อมสถานที่เสี่ยง การตัดวงจรผู้ค้า การดึงผู้เสพออกจากวงจร การแสวงหาความร่วมมือจากประชนในชุมชน การประเมินผลการปฏิบัติงานและสภาพปัญหายาเสพติดแต่ละชุมชน รวมถึงให้ผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วย ติดตาม สอดส่อง ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด

ข่าวที่น่าติดตาม