02/06/2026

สำนักงานตำรวจแห่งชาติคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน แนะสถานศึกษาคัดกรองบุคลากรเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองร่วมสอดส่องภัยเงียบใกล้ตัว ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเพื่อปกป้องเยาวชน

IMG_6947

สำนักงานตำรวจแห่งชาติคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน แนะสถานศึกษาคัดกรองบุคลากรเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองร่วมสอดส่องภัยเงียบใกล้ตัว ย้ำบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเพื่อปกป้องเยาวชน

วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยผลการติดตามจับกุมตัวชายชาวแคนาดา อายุ 68 ปี อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยผู้ต้องหาได้หลบหนีระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวไปกบดานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมและการคุกคามทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษา และการปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังกับบุคคลที่เราคิดว่าสามารถไว้ใจได้อันควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสูงสุด จึงขอเน้นย้ำและเสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังป้องกันการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ดังนี้

1. แนวทางเฝ้าระวังสำหรับสถาบันการศึกษา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือสถานศึกษาทุกระดับโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการจ้างบุคลากรชาวต่างชาติให้ยกระดับมาตรฐานการคัดกรองบุคลากรอย่างเข้มงวด ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียดรวมถึงต้องมีระบบการประเมินพฤติกรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของครูผู้สอน เพื่อป้องกันบุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนหรือเป็นภัยต่อเยาวชนแฝงตัวเข้ามาในระบบการศึกษา

2. แนวทางการเฝ้าระวังสำหรับสถาบันครอบครัว : ผู้ปกครองถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการปกป้องบุตรหลาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแนะนำให้ผู้ปกครองหมั่นสังเกตและพูดคุยกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอด้วยความเข้าใจ เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้บุตรหลานมีความกล้าเปิดเผยเรื่องราวที่พบเจอให้แก่ผู้ปกครองทราบ โดยมีแนวทางที่สำคัญ ได้แก่

​- สังเกต “สัญญาณเตือน” ทางพฤติกรรม : โดยเฝ้าระวังพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน เช่น การแยกตัวเก็บตัวเงียบ อาการหวาดระแวงผิดปกติ ปฏิเสธการไปโรงเรียน แสดงความหวาดกลัวต่อครูหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจน มีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ

​- เฝ้าระวัง “ความลับในสื่อออนไลน์” : โดยสังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์หรืออุปกรณ์สื่อสาร โดยเฉพาะหากบุตรหลานมีท่าทีรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ หรือรีบปิดแอปพลิเคชันทันทีเมื่อผู้ปกครองเดินเข้ามาใกล้ ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการพบเจอของผู้ปกครองเพื่อปกปิดข้อเท็จจริงบางอย่าง

​ – รู้ทันภัยใกล้ตัวและสถานการณ์จริงที่ต้องเผชิญ : จากสถิติคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กที่ผ่านมา พบข้อเท็จจริงว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นบุคคลที่เด็กให้ความไว้วางใจ มีความใกล้ชิดหรือเป็นคนรู้จักมักคุ้น ในบางกรณีผู้ก่อเหตุคือคนใกล้ชิด เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน หรือแม้แต่พ่อ แม่ พี่น้อง ของเด็กเอง ซึ่งอาศัยความเชื่อใจและโอกาสที่อยู่ตามลำพังในการกระทำความผิด ดังนั้น ผู้ปกครองจึงไม่ควรปล่อยเด็กไว้ลำพังกับคนแปลกหน้าหรือแม้แต่บุคคลที่คุ้นเคยในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใหญ่อื่นอยู่ด้วย การปลูกฝังให้เด็กเข้าใจถึงขอบเขตของร่างกายตนเอง และกล้าที่จะสื่อสารหรือบอกกล่าวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือถูกล่วงเกิน จึงถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีอีกประการหนึ่ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนอย่างเด็ดขาด หากประชาชน ผู้ปกครอง หรือสถานศึกษา พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดต่อเด็กและเยาวชน สามารถแจ้งข้อมูลมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่น่าติดตาม