ปทุมธานี- แข่งตกกุ้งยักษ์ คนครึ่งพันร่วมแข่งแน่นคลอง 13 นายกแจ็สยกระดับดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่

ปทุมธานี- แข่งตกกุ้งยักษ์ คนครึ่งพันร่วมแข่งแน่นคลอง 13 นายกแจ็สยกระดับดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่
อบจ.ปทุมธานี จัดกิจกรรมตกกุ้งและปลาริมคลอง 13 หนองเสือ ภายใต้แนวคิด “กิจกรรมบ้าน ๆ หมายบ้าน ๆ” ประชาชนแห่ร่วมกว่า 300 คน บรรยากาศสุดคึกคัก พร้อมประกาศเตรียมปล่อยกุ้งก้ามกรามเพิ่มอีก 1 ล้านตัว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวท้องถิ่น
พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวเปิดเผยว่าได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมการแข่งขันตกกุ้งและตกปลา เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการ สร้างความสามัคคี ไปเมี่อเย็นและจบการแข่งขันในช่วงดึกที่ผ่านมาพร้อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน และเป็นกันเอง ภายใต้แนวคิด “กิจกรรมบ้าน ๆ หมายบ้าน ๆ คลอง 13 หนองเสือ” โดยมีประชาชนและนักตกปลาลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันกว่า 300 คน โดยส่วนมากจะนำพาเพื่อนและครอบครัวมาช่วยลุ้นด้วยทำให้มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากทั่งสองฝั่งคลองโดยมี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต, ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่, สมาชิกสภา อบจ.ปทุมธานี, หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานที่มาร่วมให้กำลังใจผู้แข่งขันอย่างใกล้ชิด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่นด้วยบรรยากาศครอบครัวเพื่อนฝูงที่มาร่วมตกปลา เหมือนมางานแคมป์พักผ่อน

ส่วนนายชัชชยานันต์ กฤษเจริญจันทร์ หลานชายร้านเจ๊ดำโภชนา คลอง 10 มาร่วมสังเกตการณ์และมาประกาศรับซื้อกุ้ง ในราคา 3 ตัวโล 1600 บาท 4 ตัวโล1400 และ 6 -7ตัวโล 650 บาทเนื่องจากมีลูกค้าเป็นจำนวนมากมา ทานอาหารและเจาะจงจะกินปลาและกุ้งจากคลอง 13 เพราะเห็นว่ามีรสชาติอร่อยเนื้อเด้ง จึงมีลูดค้าสนใจเป็นจำนวนมาก
พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำ วันนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มโครงการนี้ ผมอยากให้ปทุมธานีมี ‘โครงการคลองสวย น้ำใส วิถีไทยต้องกลับมา’ ปีที่แล้วเราปล่อยกุ้งก้ามกรามไซส์ 3-4 นิ้ว ลงไป 5 แสนตัว และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนริมคลอง 13 ให้งดหาปลา 10 เดือน เพื่อให้โอกาสสัตว์น้ำได้วางไข่และเจริญเติบโต วันนี้เห็นผลชัดเจน กุ้งและปลาตัวโตขึ้นมาก กุ้งบางตัวน้ำหนัก 3-4 ตัวต่อกิโลกรัม พร้อมกันนี้ นายก อบจ.ปทุมธานี ยังได้กล่าวเตือนผู้ที่ทำผิดกฎหมายประมงอย่างเด็ดขาดว่าห้ามใช้แหอวน หรือใช้ยาเบื่อปลา หากพบเห็นจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด และได้ประกาศแผนยกระดับกิจกรรมในอนาคตว่า ในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 จะมีการจัดกิจกรรมอีกครั้งพร้อมเพิ่มเงินรางวัล และในวันที่ 15 มิถุนายน จะทำการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามเพิ่มอีก 1 ล้านตัว โดยตั้งเป้าหมายว่าในวันที่ 1 เมษายน 2570 จะเปิดฤดูกาลให้ตกปลาและกุ้งอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด
ด้านวิทยา แดงเย็น ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้นับรางวัลที่1 ประเภทตกกุ้งเป็นชาวคลอง 13 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่มาร่วมงานในวันนี้ว่า วันนี้สนุกมากครับ ได้เจอเพื่อนฝูงและได้ลุ้นเงินรางวัลด้วย อยากให้นายกฯ จัดกิจกรรมแบบนี้อีก เมื่อก่อนปลาและกุ้ง มีน้อยครับ แต่พอนายกฯ มาปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำก็มีเยอะและตัวใหญ่ขึ้นมาก สภาพคลองวันนี้ก็สวยงามและสะอาด มีหมายให้ลงเบ็ดเยอะครับ อยากฝากถึงทุกคนให้ช่วยกันรักษากฎตามที่นายกฯ ตั้งไว้ จะได้มีกุ้งมีปลาให้เราตกเป็นอาชีพและ บริโภค ขยายพันธุ์ได้ตลอดทุกปีครับ
การแข่งขันสิ้นสุดลงในเวลา 21.30น. คณะกรรมการได้ให้สัญญาณหมดเวลาและนำกุ้งพร้อมปลามาชั่งน้ำหนักและนับจำนวนเพื่อตัดสิน โดยใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากมีคนตกกุ้งและปลาได้เป็นจำนวนมากแะหลายขนาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ประเภทนำ้หนักกุ้งที่ได้เยอะที่สุด และประเภทน้ำหนักปลารวมมากที่สุด
ประเภทตกปลาคุณกำพล — ทำน้ำหนักรวมได้ 3.665 กก. ไก้รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 4,000 บาท
ประเภทตกกุ้งคุณวิทยา แดงเย็น ทำน้ำหนักรวมได้ 365 กรัม ได้รางวัลที่1 เงินรางวัล 4000 บาท
ทั่งนี้ มีผู้ร่วมแข่งขันได้ตกปลาบู่ขณะน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปลาที่หายาก ทางพลตำรวจโท คำรณวิทย์ (บิ๊กแจ็ส ) ได้ขอซื้อและปล่อยลงนำ้เพื่อให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปงานในครั้งนี้นอกจากจะสร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานให้กับชาวบ้านแล้ว ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพลิกฟื้นวิถีชีวิตริมคลองของชาวปทุมธานีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ในช่วงเช้าของวันนี้ยังมีประชาชนที่ทราบข่าวได้ทยอย เดินทางมาตกปลาและกุ้งอย่างต่อเนื่องจากเป็นวันหยุด
