สมุทรสงคราม “ประมงระส่ำ น้ำมันแพง-สัตว์น้ำราคาตก ชาวเรือรวมพลังยื่น 8 ข้อรัฐ เร่งอุ้มก่อนวิกฤตลุกลาม”

สมุทรสงคราม “ประมงระส่ำ น้ำมันแพง-สัตว์น้ำราคาตก ชาวเรือรวมพลังยื่น 8 ข้อรัฐ เร่งอุ้มก่อนวิกฤตลุกลาม”
ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม พล.ร.ท.เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 1 พร้อมคณะ ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวประมงที่กำลังเผชิญวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง ขณะที่ราคาสัตว์น้ำกลับตกต่ำอย่างต่อเนื่อง
การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนสำคัญจากภาคประมงเข้าร่วมพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม, นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม, นายสมพร สมุทรโสภากุล ประธานกรรมการสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด, นายวิรัตน์ สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงชาวประมงในพื้นที่ที่มาร่วมสะท้อนปัญหาอย่างตรงไปตรงมา

นายมงคล สุขเจริญคณา เปิดประเด็นด้วยข้อเสนอ 8 แนวทางเร่งด่วน โดยชี้ว่ารัฐควร “แยกการช่วยเหลือภาคประมงออกจากภาคอื่นอย่างชัดเจน” โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันเขียวให้อยู่ที่ไม่เกิน 30-35 บาทต่อลิตร เพื่อให้ผู้ประกอบการยังสามารถออกเรือได้โดยไม่ขาดทุน พร้อมเสนอให้มีการชดเชยราคาน้ำมันเฉพาะภาคประมงโดยตรง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐสนับสนุนพลังงานทางเลือก เช่น น้ำมันจากขยะ (Pyrolysis) ซึ่งมีต้นทุนราว 30 บาทต่อลิตร หากพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมจะช่วยลดภาระต้นทุนในระยะยาว รวมถึงเรียกร้องให้ลดค่าการกลั่นน้ำมัน และผลักดันมาตรการรับซื้อเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อลดจำนวนเรือในทะเลและช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไปพร้อมกัน
อีกประเด็นสำคัญคือการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยเสนอให้รัฐกำหนดมาตรฐานการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐาน IUU ที่ใช้กับสินค้าไทย รวมถึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาพักชำระหนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการกำลังเผชิญความเสี่ยงหนี้เสียเพิ่มขึ้น
ด้านแรงงาน นายมงคล ยังสะท้อนว่า แม้เรือจะจอด แต่ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับภาระค่าจ้าง จึงเสนอให้กระทรวงแรงงานออกมาตรการรองรับเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนแรงงานในอนาคต พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้แบบเหมาจ่ายในช่วงปี 2569-2570 เพื่อบรรเทาภาระในช่วงวิกฤต
ขณะที่ นายชินชัย สถิรยากร เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเสนอแนวคิดจัดตั้งกองทุนภาคประมง เพื่อเป็นกลไกช่วยเหลือผู้ประกอบการในยามเกิดวิกฤต และสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

สอดคล้องกับ นายไพริศ เจียรนัย เจ้าของเรือโชคพิชิตมัสยา ที่มองว่าวิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาส หากรัฐเดินหน้าโครงการรับซื้อเรือประมงจากผู้ที่ต้องการเลิกกิจการ จะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและเปิดโอกาสให้ทรัพยากรทางทะเลฟื้นตัว
ด้าน พล.ร.ท.เฉลิมชัย สวนแก้ว ยืนยันว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกจากชาวประมงโดยตรง และจะรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดส่งต่อไปยังกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมท่ามกลางความท้าทายที่รุมเร้า เสียงสะท้อนจากแม่กลองครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการร้องขอความช่วยเหลือ แต่คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า หากไม่เร่งแก้ไข วิกฤตภาคประมงไทยอาจลุกลามเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ทันการณ์ ( 3 เม.ย. 2569 )
0000000000000000000000000000000000000000
