กาฬสินธุ์ ฝนทิ้งช่วงร้อน-แล้ง เขื่อนลำปาวกาฬสินธุ์ ส่งน้ำช่วยพื้นที่เกษตรกว่า 3 แสนไร่

ช่วงหน้าแล้งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงหลายพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบกับอากาศร้อนจัด ทำให้เขื่อนลำปาวต้องบริหารจัดการ ส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกว่า 3 แสนไร่ พร้อมเตรียมเพิ่มปริมาณส่งน้ำช่วยพื้นที่ด้านท้ายอีก 3 จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีในช่วงหน้าแล้งหลังพบความต้องการเพิ่มขึ้น ขณะที่ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ย้ำปริมาณน้ำเพียงพอทุกกิจกรรมไปจนถึงต้นฤดูฝน

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงมานาน ประกอบกับสภากาศร้อนจัด ทำให้หลายพื้นที่ใน จ.กาฬสินธุ์ และพื้นที่ด้านท้าย ต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนบริหารจัดการ และต้องส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นระบบและเพียงพอ

นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การใช้น้ำในพื้นที่ ซึ่งช่วงนี้พืช และการประมงต้องการน้ำค่อนข้างมาก ทางโครงการฯจึงได้ส่งหัวหน้าฝ่ายฯ และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อให้น้ำส่งไปถึงแปลงเพาะปลูกพืชของเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

นายสำรวย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,063 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้านลบ.ม.) หรือคิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ได้มีการบริหารจัดการวางแผนไว้ ในส่วนการส่งน้ำนั้น ปัจจุบันทางโครงการฯ ได้ส่งน้ำเต็มประสิทธิภาพของคลองส่งน้ำ ทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้าย เฉลี่ยวันละ 4.5 ล้าน ลบ.ม.เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 2568/2569 ในระบบชลประทานของโครงการฯ ทั้งข้าวนาปรัง พืชไร่ พืชผัก บ่อปลา และบ่อกุ้ง รวมกว่า 290,605 ไร่

นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาทางโครงการฯยังได้ส่งผ่านอาคารระบายน้ำ และระบายน้ำผ่านอาคารผันน้ำ หรือสริงเวย์เฉลี่ยวัน 1.6 ล้าน ลบ.ม.ลงลำน้ำเดิม ไหลเข้าสู่ลำน้ำปาว และแม่น้ำชี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ด้านท้ายใน จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานีในช่วงหน้าแล้ง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันในพื้นที่ด้านท้ายทั้ง 3 จังหวัด มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ทางโครงการฯจึงได้มีแผนระบายน้ำลงลำน้ำเดิมเพิ่มขึ้นด้วย โดยจะปรับเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันไดจนเฉลี่ยถึงวันละประมาณ 4-5 ล้าน ลบ.ม.เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ด้านท้ายช่วงฝนทิ้งช่วง และหน้านี้
นายสำรวย กล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบันเขื่อนลำปาวจะมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 54 เปอร์เซ็นต์ แต่ขอยืนยันว่าปริมาณน้ำนั้นมีเพียงพอทุกกิจกรรมในช่วงหน้าแล้ง ไปจนถึงหน้าฝนแน่นอน ทั้งนี้อยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำ และทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เอื้อเฟื้อแบ่งปัน และใช้น้ำคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด
