18/03/2026

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี

S__126468218_0

ตำรวจภาค 5 ทลายเครือข่ายยาเสพติด บิ๊กบึ้ม! ยึดยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด-ไอซ์ 597 กก.พร้อมอายัดทรัพย์หรู 50 ล้านบาท

 

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น.ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

​ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง
​ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3
​ฝ่ายปกครอง โดย นาย ชูชีพ พงษ์ไชย ​​ผวจ.เชียงราย
​​นาย รัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่ นางสาว อรอาภา โลหวีระ​ ผวจ.พะเยานาย วิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์​ผวจ.ลำปาง
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5


แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี
ยาบ้า 17.5 ล้านเม็ด, ไอซ์ 597 กก. ผู้ต้องหา 12 คน
ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินรถยนต์รวม 14 คัน เงินสด 4 ล้านบาท, บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง อายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ได้แก่ คดี ยาบ้า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 7 คน พื้นที่ สภ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ ตรวจยึดรถยนต์ 11 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง ,คดี ไอซ์ 597 กก. พื้นที่ สภ.เชียงคำ จว.พะเยา ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน ,คดี ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พื้นที่ สภ.พาน จว.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์ 1 คัน และ คดี ยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 2 คน พื้นที่ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน

คดีที่ 1 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 สถานที่จับกุม โกดังบ้านเช่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ชุดขยายผลยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.5 ร่วมกับ กก.สืบสวน ภ.จว.เชียงราย, สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมตัว นายชลิต ภูมิลำเนา อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กับพวกรวม 3 คน พร้อมของกลาง รถยนต์ 2 คัน ยาบ้า จำนวน 6 ล้านเม็ด เหตุเกิดบริเวณถนนหน้าโรงพยาบาลยุพราชเชียงของ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย

นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงของ จว.เชียงราย ดำเนินคดีและได้ขยายผลออกหมายจับ ผู้ว่าจ้าง – สั่งการ จำนวน 2 คน คือ นายเลาซาง ภูมิลำเนา ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ และ นายชาติชาย ภูมิลำเนา ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับของศาลจังหวัดเทิง ที่ 276 – 277/2568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568

ชุดขยายผลยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.5 ได้บูรณาการร่วมกับ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. สืบสวนติดตามพฤติการณ์กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
จนทราบว่ากลุ่มเครือข่ายผู้ต้องหามีนายเลาซางฯ กับพวก ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จว.เชียงใหม่ ยังมีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย มาพักในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ โดยใช้รถยนต์หรูราคาแพง มากกว่า 10 คัน เป็นพาหนะลำเลียงยาเสพติด มีรถยนต์นำ สำรวจเส้นทาง แล้วลักลอบลำเลียงอำพราง ไปกับพืชผลทางการเกษตรเข้าสู่พื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่อง

และใช้บ้านเช่าในพื้นที่ ต.สันโป่ง, ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่, บ้านเช่าในพื้นที่ ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ เป็นที่พักยาเสพติดก่อนที่จะลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ต่อมาระหว่างวันที่ 8 – 11 มีนาคม 2569 พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้รถยนต์หรู จำนวน 10 คัน สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย มาพักในบ้านเช่า พื้นที่ ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ จึงทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมา
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น.
พบกลุ่มผู้ต้องหามาร่วมตัวกันที่บ้านเช่าหลังเกิดเหตุ
เชื่อว่าจะมาดำเนินการบรรจุยาเสพติดเข้าหีบห่อกับสิ่งของอำพรางเพื่อลำเลียงยาเสพติดติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. จึงจัดกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพบผู้ต้องหา 1 – 7 กำลังบรรจุยาเสพติดในกล่อง จึงดำเนินการจับกุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้สืบสวนขยายผลยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ต.สันโป่ง, ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นรถยนต์ 11 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน เงินสด 3.95 ล้านบาท อายัดบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง และทรัพย์สินรายการอื่น ๆ รวมราคาประมาณ 30 ล้านบาท

คดีที่ 2 พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 14.20 น. สถานที่จับกุม โรงรับซื้อยางพาราเก่าเลขที่ 13 หมู่ที่ 16 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จว.พะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับว่าตนเองซึ่งประกอบอาชีพรับขนส่งสินค้าฯ ได้มาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. สายลับได้ทำการติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ว่าจ้าง โดยได้นัดหมายตกลงกันว่าให้ไป ขนสินค้าการเกษตรประเภทผักหัวขิงในพื้นที่

อ.เชียงคำ จ.พะเยา ไปส่งยังปลายทางที่ จ.ลพบุรี ตกลงว่าจ้างในราคา 8,000 บาท และจะมีแรงงานชายรอขนสินค้าอยู่ที่บริเวณบ้านสวนที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณสถานที่ตำแหน่งพิกัดที่ผู้ว่าจ้างให้ข้อมูลไว้ พบชายมีลักษณะปิดบังใบหน้า ทั้งหมดจำนวน 6 คน รอขนสินค้า(ผักหัวขิง) ขึ้นบรรทุก โดยมีลักษณะพิรุธและเป็นที่น่าสงสัย สายลับจึงทำการสอบถามกับแรงงานชายทั้ง 6 คน ว่าภายในถุงขยะสีดำดังกล่าวข้างในบรรจุสิ่งใด แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ จึงแกะเปิดดูพบว่าเป็นถุงมีลักษณะคล้ายถุงชาสีเขียว จึงแจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบถุงขยะสีดำวางตั้งวางเรียง พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) อยู่ภายในถุงขยะสีดำซึ่งมีขิงอยู่บรรจุด้านในถุงร่วมด้วยรวมทั้งสิ้นจำนวน 199 ถุงภายในถุงขยะสีดำมีถุงชาบรรจุถุงละ 3 ถุงน้ำหนักถุงละประมาณ 1 กก.รวมประมาณ 597 กก. จึงตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ จว.พะเยา ไว้ดำเนินคดี ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 1 คน ไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 3 พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. สถานที่จับกุม ด่านตรวจปูแกง ต.แม่เย็น อ.พาน จว.เชียงรายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลจะลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จ.เชียงราย โดยใช้รถยนต์กระบะตู้ทึบ มุ่งหน้าจาก จ.เชียงราย เพื่อลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้สั่งการให้ตั้งด่านตรวจ บริเวณหน้าด่านตรวจปูแกง ถนนพหลโยธิน หมู่ที่ 4 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย

กระทั่งถึงเวลาประมาณ 16.30 น. ขณะตั้งจุดตรวจพบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล(กระบะตู้ทึบ) ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแม็กซ์ สี ขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร เข้ามาที่ด่านตรวจ มีลักษณะคล้ายกับที่สายลับแจ้งมา จึงได้เรียกให้หยุดตรวจ เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย พบนายอำนวย เป็นผู้ขับขี่ มีลักษณะอาการกริยา กระวนกระวาย ให้การวกวนไปมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการตรวจค้น

ผลการตรวจค้นภายในตู้ทึบท้ายรถ พบต้นกระเทียมสดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติว่า ต้นหอมที่บรรทุกมาเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นแล้ว จึงได้ขอทำการโยกย้ายออกจากตัวรถเพื่อตรวจสอบด้านใน จากการตรวจค้น พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 10 กระสอบ ประมาณ 2,034,000 เม็ด จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 วันที่เกิดเหตุ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. สถานที่จับกุม ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง พฤติการณ์แห่งคดี​ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จะใช้รถยนต์ 2 คัน ทำการขนยาเสพติดจากพื้นที่จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ทำการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์คันดังกล่าว

พบว่าวันที่ 14 มีนาคม 2569 ได้มีการเคลื่อนไหวและออกจาก จ.เชียงราย จึงจัดกำลังเฝ้าติดตาม ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. รถยนต์ทั้ง 2 คัน ได้ขับมาถึงพื้นที่ สภ.แม่พริกฯ โดยทิ้งระยะทางห่างกัน ประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามพบรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU ทะเบียนเชียงใหม่(รถนำ)ได้กลับรถที่จุดกลับรถก่อนถึงด่านตรวจแม่พริก และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามอีกชุดหนึ่งพบรถยนต์ยี่ห้อ ทะเบียน แพร่ (รถบรรทุกยาเสพติด) ได้กลับรถที่จุดกลับรถหน้าหน้าวัดถ้ำน้ำผ่าผางาม เจ้าหน้าที่ชุดจับจึงได้ไล่ติดตามรถทั้ง 2 คันไป และ พบเห็นรถยนต์ทะเบียน แพร่(รถของ) เลี้ยวเข้ารีสอร์ทฮิมตาง จึงเข้าตรวจสอบ ภายในรถพบกระสอบ ต้องสงสัยจำนวน 6 กระสอบ และพบ นายชาติชาย เป็นผู้ขับขี่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอีกชุดหนึ่ง พบรถยนต์ คันทะเบียน เชียงใหม่(รถนำ) ห่างจากรีสอร์ทฮิมตาง ประมาณ 2 กม. ได้สกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ พบมีนายสุรศักดิ์ เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเชิญตัวทั้ง 2 คน และนำรถยนต์ทั้ง 2 คันมามี่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริกฯ และนำรถยนต์เข้าอุโมงค์
X-Ray พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายยาเสพติด(ยาบ้า) จึงทำการตรวจสอบโดยแกะกระสอบต่อหน้าทั้ง 2 คน พบเป็นยาเสพติด(ยาบ้า) ทั้ง 6 กระสอบ รวมจำนวนประมาณ 1,530,000 เม็ด จึงได้ทำการจับกุม นำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายผู้ต้องหาทั้ง 2 คนรับสารภาพว่าลำเลียงยาเสพติดมาพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จะนำไปส่งปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ข่าวที่น่าติดตาม