นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎรอย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎรอย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบ – ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ปฏิบัติการ “ทลายบัตร 10 ปีเถื่อน” อ.แม่สอด จว.ตาก
ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าว สวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน ๐) เป็นการออกบัตรให้แก่ กลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลการทำงาน หากถือครองบัตรนี้เกิน ๕ ปี จะมีสิทธิเดินทางโดยอิสระในประเทศไทย และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้
ในห้วงที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 18 มิถุนายน ๒๕69 เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” จว.เชียงราย และ วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” จับกุมอดีตปลัดอำเภอดอนสัก จว.สุราษฎร์ธานี และผู้เกี่ยวข้องรวม 11 คน ที่ทุจริตออกทะเบียน 0 ให้กับคนเมียนมา มีการเรียกรับผลประโยชน์รายละ 40,000 – 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ. 6, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ไพศาล นันตา ผบก.ภ.จว.ตาก, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6, พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5, นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E), พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ปฏิบัติการ “ทลายบัตร 10 ปีเถื่อน” อ.แม่สอด จว.ตาก
การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสืบสวนขยายผลจากปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” อ.ดอนสุก จว.สุราษฎร์ธานี ซึ่งคนต่างด้าวที่จับกุมส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มาจาก อ.แม่สอด จว.ตาก สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับบัตรสนเท่ห์กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐผู้ช่วยนายทะเบียนเทศบาลนครแม่สอด จว.ตาก มีพฤติกรรมออกบัตรประจำตัวให้กับคนต่างด้าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 200 คน อีกทั้งจังหวัดตากได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งมีการร้องเรียนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์รายละ 40,000 – 100,000 บาท โดยดำเนินการไปแล้วกว่า 700 คน
ในเบื้องต้นตรวจพบคนต่างด้าวที่ทำบัตรทะเบียน 0 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายชัดเจนจำนวน 12 คน จึงได้ดำเนินการส่งตรวจสอบอัตลักษณ์ภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ กับฐานข้อมูลคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผลการตรวจเปรียบเทียบปรากฏว่าคนต่างด้าวทั้ง 12 คน เป็นบุคคลที่มีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 137, 162, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวม 17 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน, เจ้าบ้านผู้เป็นพยานรับรอง 2 คน และ บุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 12 คน จากนั้นพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดตาก และศาลอนุมัติหมายจับ 13 คน ได้แก่ นายกิต อดีตผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด และกลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 12 คน ศาลอนุมัติหมายค้น จำนวน 17 หมาย
ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ 11 คน ได้แก่ 1.นายลัด ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด, 2.นางนา พนักงานจ้างเทศบาลนครแม่สอด, 3.น.ส.ดา และ 4.นางทุม เจ้าบ้านผู้เป็นพยานรับรอง และคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 7 คน
มีผู้ต้องหารายสำคัญที่ยังหลบหนีอยู่ คือ นายกิต อดีตผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งถูก ปปช. ชี้มูลและให้ออกจากราชการ เมื่อปี พ.ศ.2568 อีกทั้ง เมื่อช่วงเดือน ต.ค.2568 น.ส.อ้อน ภรรยาของ นายกิต ยังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักลอบค้าอาวุธสงคราม ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมอาวุธสงครามจำนวนมาก ได้แก่ จรวด RPG-7, กระสุนปืน ค.81, กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. ระหว่างขนส่งไปให้กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว นายกิต มาดำเนินคดีต่อไป
ผลการตรวจค้นในครั้งนี้ พบหลักฐานที่สำคัญหลายรายการ อาทิเช่น หนังสือเดินทาง 3 เล่ม, บัตรทะเบียน 0 จำนวน 5 ใบ, ทะเบียนบ้าน 4 เล่ม, ใบอนุญาตทำงาน 1 เล่ม, บัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) 1 ใบ, บัตรประจำตัวประเทศเมียนมา 1 ใบ, บัตร border pass จำนวน 1 ใบ, โทรศัพท์มือถือ, โน็ตบุ๊ค และ USB Flash Drive 
จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่ อ.แม่สอด จว.ตาก และจังหวัดอื่นๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณกรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ปปง. และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน และชาวต่างชาติทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ หากประชาชนที่พบความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการสวมสิทธิทางทะเบียน เช่น มีการจัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อบุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงทางทะเบียน เพราะข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชน และเป็นด่านแรกในการป้องกันอาชญากรรมหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิ บัญชีม้า นอมินี ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการปิดช่องความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ
