19/09/2026

ชุมพร – ด่วน CIB ไล่ล่าระทึก! ขบวนการขนยาบ้าเหิม ซิ่งหนีตำรวจไกลกว่า 100 กม. ก่อนชนสิบล้อจนมุม ยึด 612,000 เม็ด พบอดีตตำรวจถูกออกจากราชการร่วมเป็นรถนำ

S__30334983_0

ชุมพร – ด่วน CIB ไล่ล่าระทึก! ขบวนการขนยาบ้าเหิม ซิ่งหนีตำรวจไกลกว่า 100 กม. ก่อนชนสิบล้อจนมุม ยึด 612,000 เม็ด พบอดีตตำรวจถูกออกจากราชการร่วมเป็นรถนำ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดลงภาคใต้ หลังตำรวจทางหลวงชุมพรแกะรอยรถต้องสงสัย 2 คัน วิ่งเป็นขบวนจากกาญจนบุรี มุ่งหน้าสุราษฎร์ธานี ก่อนรถกระบะขนยาบ้าถูกเรียกตรวจแล้วเร่งเครื่องหลบหนี ไล่ล่าระทึกกว่า 100 กิโลเมตร สุดท้ายเสียหลักพยายามกลับรถชนรถบรรทุกจนไปต่อไม่ได้ ตรวจค้นพบยาบ้า 3 กระสอบ รวม 612,000 เม็ด ขยายผลรวบรถนำทางอีกคัน พบอดีตตำรวจซึ่งถูกออกจากราชการเนื่องจากมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดร่วมขบวนการ

คดีนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาในสังกัด และตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. (ชุมพร) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายนาย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ทำหน้าที่ขับรถขนยาเสพติด นายวรวุธ หรือ “แจ๊ค” อายุ 43 ปี ทำหน้าที่สำรวจเส้นทางและแจ้งพิกัดด่านตำรวจ และนายพิทักษ์ หรือ “บิ๊ก” อายุ 28 ปี ทำหน้าที่ขับรถนำทาง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” พร้อมตรวจยึดยาบ้าเม็ดกลมแบนประทับอักษร “WY” จำนวน 3 กระสอบ รวม 612,000 เม็ด รถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียนกาญจนบุรี รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียนกาญจนบุรี และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรได้รับข้อมูลจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลางลงสู่ภาคใต้ โดยมีปลายทางในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บนทางหลวงหมายเลข 4 ขาล่องใต้ ในพื้นที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

กระทั่งเวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ 2 คันตรงตามข้อมูล โดยรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับนำหน้า และมีรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ ขับตามหลังห่างประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่สังเกตพฤติการณ์พบว่ารถฟอร์จูนเนอร์มีลักษณะทำหน้าที่สำรวจเส้นทางมากกว่าการขนส่งผู้โดยสาร จึงเฝ้าติดตามรถทั้งสองคันอย่างใกล้ชิด

 

เมื่อตำรวจติดตามรถกระบะรีโว่ พร้อมเปิดสัญญาณไฟและใช้เครื่องขยายเสียงสั่งให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ ปรากฏว่าคนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนีทันที ตำรวจทางหลวงจึงระดมกำลังรถวิทยุ 4 คัน พร้อมประสานข้อมูลเส้นทางและใช้กล้องวงจรปิดติดตามความเคลื่อนไหว ไล่สกัดตลอดเส้นทาง

 

การไล่ล่าดำเนินไปกว่า 100 กิโลเมตร ตั้งแต่พื้นที่อำเภอท่าแซะ กระทั่งรถต้องสงสัยมาถึงบริเวณหน้าตลาดอวยชัย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร คนขับพบว่าด้านหน้ามีตำรวจวางกำลังสกัด จึงพยายามกลับรถเพื่อหลบหนี แต่เสียหลักเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกที่วิ่งสวนมา ทำให้รถกระบะได้รับความเสียหายและไม่สามารถเดินทางต่อได้

 

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที พบคนขับเพียงคนเดียว ก่อนพบกระสอบ 3 กระสอบวางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับ เมื่อสอบถาม ผู้ต้องหารับว่าภายในเป็นยาบ้า ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นยาเม็ดต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 พร้อมพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

 

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่า รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ซึ่งขับนำหน้า มีหน้าที่สำรวจเส้นทางและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รถขนยาเสพติดทราบ ตำรวจจึงเร่งติดตามรถนำทางและวางกำลังเข้าสกัดทันที

 

ต่อมาเวลาประมาณ 04.45 น. เจ้าหน้าที่พบรถฟอร์จูนเนอร์บริเวณทางหลวงหมายเลข 41 กม.6 ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จึงเข้าสกัดและตรวจสอบ พบ นายวรวุธ หรือ “แจ๊ค” นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ และนายพิทักษ์ หรือ “บิ๊ก” เป็นผู้ขับรถ

 

จากการสอบถาม ทั้งสองยอมรับว่า ทำหน้าที่เป็นรถสำรวจเส้นทาง คอยแจ้งข้อมูลด่านตรวจของตำรวจให้กับรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า นายวรวุธเป็นอดีตตำรวจที่ถูกออกจากราชการเนื่องจากมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

 

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางมายัง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. เพื่อจัดทำบันทึกจับกุมและตรวจนับของกลางอย่างละเอียด ก่อนยืนยันยาบ้าทั้ง 3 กระสอบ มีจำนวนรวม 612,000 เม็ด

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พบว่านายนาย ผู้ขับรถขนยาเสพติด และนายพิทักษ์ ผู้ขับรถนำทาง มีสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนความผิดเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดและขับขี่ขณะมีสารเสพติดในร่างกาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

จากคำให้การในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายนายให้การว่า ได้รับการชักชวนให้รับจ้างลำเลียงยาเสพติด โดยจะได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 20,000 บาท และจะได้รับเงินเมื่อสามารถนำยาเสพติดไปส่งถึงที่หมาย พร้อมยอมรับว่าการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2

 

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน โทร 0818923514

ข่าวที่น่าติดตาม