03/04/2026

สืบ ตม.หนองคาย ตามรวบเขมรแสบแอบขนต่างด้าว หนีกบดานเมืองปทุม

IMG_0388

สืบ ตม.หนองคาย ตามรวบเขมรแสบแอบขนต่างด้าว หนีกบดานเมืองปทุม

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดกวดขัน ปราบปรามเครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองที่อาจเข้ามาหลบทำงานโดยผิดกฎหมาย หรือเข้ามาเพื่อก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ (แก๊งสแกมเมอร์)

วันนี้ (3 เม.ย.2569) เวลาประมาณ 07.30 น. พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 /โฆษก บก.ตม.4 เปิดเผยว่า ตม.จว.หนองคาย ได้จับกุม นายปุ้ย อายุ 42 ปี สัญชาติกัมพูชา ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย ที่ จ.136/2569 ลง 1 เม.ย.2569 ในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือ ช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการถูกจับกุม”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ตม.จว.หนองคาย จับกุมคนต่างด้าว ชาวบังคลาเทศ จำนวน 3 ราย ซึ่งลักลอบข้ามมาจากประเทศลาวผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยมีชายไม่ทราบชื่อ นำรถยนต์ TOYOTA สี บรอนซ์ ทะเบียน กทม. มารับที่ริมแม่น้ำโขง เพื่อพาไปส่งยังจังหวัดชั้นใน แต่ระหว่างทางพบรถยนต์สายตรวจของเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคายวิ่งตีขนาบข้าง พร้อมทั้งได้ส่งสัญญาณให้จอดเพื่อตรวจสอบ รถยนต์ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องวิ่งพุ่งใส่และเฉี่ยวชนรถเจ้าหน้าที่ ก่อนวิ่งเข้าไปถนนในชุมชน แล้วใช้เท้าถีบชาวบังคลาเทศทั้ง 3 รายลงจากรถ และขับรถหลบหนีการติดตามจับกุม

ตม.จว.หนองคาย ได้สืบสวนขยายผล จนกระทั่งทราบว่า นายปุ้ย อายุ 42 ปี สัญชาติกัมพูชา คือคนที่ขับรถยนต์คันดังกล่าวในวันเกิดเหตุ เนื่องจากพบหลักฐานจากข้อมูลคดีจราจร จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์ต่อ พงส.บ้านเดื่อ เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาศาลจังหวัดหนองคาย ได้อนุมัติหมายจับ และเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.หนองคาย สืบทราบว่า นายปุ้ยได้มากบดานอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย นำกำลังร่วมบูรณาการกับ ชุดสืบสวน ตม.จว.ปทุมธานี วางแผนในการจับกุมตัว จนกระทั่งวันที่ 2 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 21.39 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายปุ้ยได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามที่กล่าวหาจริงโดย ซึ่งรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุตนซื้อต่อมา แต่ไม่ได้โอนชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ เนื่องจากเป็นประโยชน์ในการปกปิดซ่อนเร้น และหลังจากเกิดเหตุในวันนั้น ตนเองได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปชำแหละและแยกขายที่อู่ซ่อมรถในเขตเทศบาลเมืองปทุมธานี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบไม่พบซากรถดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับพร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ทราบ และควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.บ้านเดื่อ จ.หนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้จากการสืบสวนขยายผล พบว่า นายปุ้ย เป็นหนึ่งในทีมขนคนต่างด้าวรายสำคัญ โดยจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นายปุ้ยมีพฤติกรรมรับจ้างขนคนต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นประจำ โดยก่อนถูกจับกุม นายปุ้ย รับสารภาพว่าเพิ่งรับงานขนชาวกัมพูชาจาก จ.ปราจีนบุรี ไปส่งที่ตลาดจางวาง จ.จันทบุรี เมื่อตรวจสอบประวัติข้อมูลคดียังพบว่าเมื่อปี 2559 นายปุ้ยเคยถูกตำรวจ สภ.คลองน้ำไส จ.สระแก้ว จับกุมข้อหาขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาแล้ว แต่ได้รับการประกันตัวชั่วคราวในชั้นศาล แล้วหลบหนีไปจนกระทั่งคดีขาดอายุความ โดยนายปุ้ยรับงานขนคนไทยและคนต่างด้าวลักลอบเข้าออกประเทศมานานหลายปี เนื่องจากชำนาญเส้นทางภายในประเทศและช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนเป็นอย่างดี จนทำให้เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังต้องหันมาใช้บริการนายปุ้ยในการพาลักลอบเข้าออกประเทศเป็นประจำ ภายหลังจากที่จับกุมตัวได้ ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านได้ให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหาใช้รถยนต์หลากหลายรุ่น หลายยี่ห้อไม่ซ้ำกัน จึงน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาได้นำไปใช้ในการขนคนต่างด้าวและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่ง ตม.จว.หนองคาย จะดำเนินการขยายผลหาตัวผู้จ้างวานต่อไป

ข่าวที่น่าติดตาม