ประจวบคีรีขันธ์-ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์สนธิกำลังเปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” กวาดล้างบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน มูลค่ากว่า 4,076,700 บาท
ประจวบคีรีขันธ์-ศุลกากรประจวบคีรีขันธ์สนธิกำลังเปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” กวาดล้างบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน มูลค่ากว่า 4,076,700 บาท
ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง (ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) และกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้สั่งการให้นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด
นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย นายชวภณ สินพูนภักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิทยา พรมโยธา สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ. อัคราวัน สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14) พ.อ.สโรจ สุขศิริ รองผู้บังคับหน่วยหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9) นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสัตวแพทย์วรพงษ์ รังผึ้ง หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์) ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์
เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ปิดประตูหน้าด่านสกัดเส้นทางลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายจากภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ชั้นในอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นมา
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก ตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย ผลการตรวจค้นพบสินค้าลักลอบหนีภาษีหลายรายการ ประกอบด้วย
1. บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ในประเทศเพื่อการส่งออกเท่านั้น จำนวน 17,550 แท่ง หรือ 351,000 มวน มูลค่าและค่าภาษีอากรรวมประมาณ 3,966,300 บาท
2. บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 276 ชิ้น มูลค่าและค่าภาษีอากรรวมประมาณ 110,400บาท
รวมมูลค่าและค่าภาษีอากรทั้งสิ้นประมาณ 4,076,700 บาท
โดยไม่พบหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับการปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์คีรีขันธ์ ตลอดห้วงตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 5 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นรถยนต์เป้าหมายและสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวมทั้งสิ้นรวม 21 คดีของกลางที่ตรวจยึด อาทิเช่น บุหรี่ 19,488 แท่ง หรือ 3,897,600 มวน บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา 800 ชิ้น สินค้าอื่น ๆ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม สุรา ยาสมุนไพร น้ำหอม และกระเป๋าละเมิดลิขสิทธิ์
รวมมูลค่าและค่าภาษีอากรทั้งสิ้น 45,095,787.60 บาท
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการนำเข้า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้กระทำผิดต่อไป
ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนเชิงลึก พบว่า ขบวนการค้าสินค้าเถื่อนได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบอย่างซับซ้อน โดยเปลี่ยนจากการขนถ่ายด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่คราวละมากๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบ หันมาใช้ยุทธวิธี “สงครามส่งด่วน” ด้วยการกระจายสินค้าแบบกองทัพมดผ่านระบบขนส่งพัสดุด่วนเอกชน มีพฤติการณ์อำพรางข้อมูลผู้ส่งและผู้รับโดยใช้ชื่อปลอมหรือบัญชีม้า พร้อมจ่าหน้ากล่องพัสดุเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อะไหล่ยนต์ หรือของใช้ในครัวเรือน จากนั้นจึงกระจายส่งสินค้าครั้งละหลายร้อยชิ้นจากศูนย์กระจายสินค้าชายแดนภาคใต้เข้าสู่ระบบคัดแยก เพื่อปะปนไปกับพัสดุถูกกฎหมายของประชาชนทั่วไป ก่อนจะส่งตรงไปยังปลายทางทั่วประเทศอย่างรวดเร็วภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการเปิดช่องทางสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียกลุ่มปิด ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่ทำงานกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่นายทุนนำเข้า ผู้ดูแลสต็อกสินค้า ทีมบรรจุหีบห่อ ตลอดจนผู้ประสานงานจัดส่ง ทำให้ยากต่อการสกัดจับหากขาดข้อมูลการข่าวที่แม่นยำ
สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายมิติ ขบวนการดังกล่าวได้ทำลายระบบการคลังและรายได้ของแผ่นดินอย่างมหาศาล เนื่องจากการลักลอบนำเข้าบุหรี่และสุราเถื่อนทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเพื่อมหาดไทยปีละหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่ควรนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และระบบสาธารณสุขของประเทศ ขณะเดียวกันยังบั่นทอนเสถียรภาพทางการค้าที่เป็นธรรม เพราะสินค้าหนีภาษีมีต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง เมื่อถูกปล่อยสู่ตลาดในราคาถูกจึงบิดเบือนกลไกตลาด และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อการยาสูบแห่งประเทศไทย เกษตรกรผู้ปลูกใบยา ตลอดจนผู้ประกอบการร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจและเสียภาษีอย่างสุจริต
นอกจากนี้ สินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวยังเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน เนื่องจากบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย จึงมักตรวจพบการปนเปื้อนของโลหะหนัก สารเคมีตกค้าง และสารก่อมะเร็งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งช่องทางจำหน่ายผ่านระบบส่งด่วนยังเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่ายโดยไร้การคัดกรองอายุ ซึ่งจะกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว ที่สำคัญ เม็ดเงินกำไรมหาศาลจากธุรกิจใต้ดินเหล่านี้ยังไหลเวียนกลับไปหล่อเลี้ยงกลุ่มผู้มีอิทธิพล ขบวนการฟอกเงิน และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรง
ขณะนี้ DSI อยู่ระหว่างการขยายผลการดำเนินคดีกับขบวนการบุหรี่เถื่อน โดย DSI จะสืบสวนสอบสวนขยายผลจากข้อมูลที่ได้มีการจับกุม และออกหมายเรียกบริษัทขนส่ง ผู้ส่งสินค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดดำเนินคดึต่อไป
หน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทาลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์ / 4 เหล่าทัพ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781
