สมุทรสงคราม- เกษตรแม่กลอง เร่งสำรวจความเสียหาย เปิดจุดรับเรื่องช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วม ย้ำเร่งยื่นภายใน15 ต.ค.นี้
สมุทรสงคราม- เกษตรแม่กลอง เร่งสำรวจความเสียหาย เปิดจุดรับเรื่องช่วยเหลือเกษตรกรน้ำท่วม ย้ำเร่งยื่นภายใน15 ต.ค.นี้
เกษตร จ.สมุทรสงคราม จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งรับเรื่องช่วยเหลือเกษตรกรประสบภัยน้ำท่วมเปิดจุดบริการตาม อบต.ในพื้นที่ รับคำร้องด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ย้ำเตรียมเอกสารให้พร้อมเร่งยื่นคำร้องและหลักฐานความเสียหาย ภายในวันที่ 15 ต.ค.69 เพื่อให้ตรวจสอบทันเวลาย้ำบันทึกภาพความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน
นายเสนีย์ ตรุยานนท์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน ลงพื้นที่ตามจุดต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ใช้สถานที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. เป็นจุดรับเรื่อง เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เข้าถึงบริการได้สะดวก โดยกำหนดลงพื้นที่ เช่น บางคนที-ยายแพง วันที่ 6 ตุลาคม บางกุ้ง-โรงหีบ วันที่ 7 ตุลาคม บางสะแก-บ้านปราโมทย์ วันที่ 8 ตุลาคม กระดังงา วันที่ 9 ตุลาคม และบางกระบือในช่วงบ่ายของวันที่ 9 ตุลาคมเป็นต้น ก่อนทยอยลงพื้นที่จุดอื่นตามแผน

เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือได้ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ โดยใช้แบบ กษ 01 ซึ่งสามารถขอรับได้ที่จุดบริการ ทั้งนี้ขอให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน และสำเนาสมุดทะเบียนเกษตรกร หรือเอกสารแสดงการขึ้นทะเบียนเกษตรกร หากไม่มีสมุดทะเบียนเกษตรกร สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการได้ แต่ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดน้ำท่วม
นอกจากนี้ ขอให้เกษตรกรบันทึกภาพพื้นที่และพืชผลที่ได้รับความเสียหาย ทั้งในช่วงที่น้ำท่วมและหลังน้ำลด เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ และหากมีบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. ในพื้นที่ ควรนำสมุดบัญชีมาแสดงด้วย
นายเสนีย์ กล่าวว่า หากเกษตรกรไม่สามารถเดินทางไปตามจุดบริการในวันที่กำหนด สามารถไปยื่นเรื่องในจุดอื่นตามแผน หรือยื่นที่สำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรงได้ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที ซึ่งได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก พร้อมขอให้เร่งยื่นเรื่องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการหลายหน่วยงานสามารถลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายได้ทัน

สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเบื้องต้น หากผ่านการตรวจสอบตามเงื่อนไข จะมีอัตราช่วยเหลือ เช่น นาข้าวประมาณไร่ละ 2,240 บาท พืชผักไร่ละ 3,180 บาท ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้น หากเสียหายถึงขั้นตายอยู่ที่ประมาณไร่ละ 6,800 บาท และกรณีต้นไม่ตายแต่ได้รับผลกระทบด้านการเจริญเติบโต อยู่ที่ประมาณไร่ละ 3,400 บาทเป็นต้น โดยมีหลักเกณฑ์จำกัดพื้นที่ช่วยเหลือไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
ทั้งนี้ นายเสนีย์ ตรุยานนท์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เน้นย้ำว่า ขอให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเร่งติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขึ้นทะเบียนและยื่นคำร้อง พร้อมระมัดระวังในการเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่สวนที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการสำรวจความเสียหาย หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม อำเภอเมืองสมุทรสงคราม โทร 0-3471-1607 อำเภออัมพวา โทร 0-3475-1375 และอำเภอบางคนที โทร 0-3476-1814
