ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายขนคนจีนข้ามชาติ หลังขยายผลจากการช่วยชาวจีนถูกอุ้ม ก่อนถูกส่งข้ามชายแดน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายขนคนจีนข้ามชาติ หลังขยายผลจากการช่วยชาวจีนถูกอุ้ม ก่อนถูกส่งข้ามชายแดน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,
พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง, พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.นราวิชญ์ เปี้ยสุ สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป.
ได้ร่วมกันจับกุม นายธนัยนันท์ฯ อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ จ.162/2569 ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสายพบพระ-อุ้มผาง หมู่ที่ 9 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม นายณกรณ์พงศ์ฯอายุ 37 ปี (เป็นผู้ขับขี่รถยนต์) และนายอัครเดชฯ อายุ 23 ปี (เป็นผู้โดยสารข้างด้านหน้าข้างคนขับ) ที่บริเวณถนนแม่กุ-แม่ตาว ม.6 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก และได้ทำการช่วยเหลือบุคคลสัญชาติจีน เพศชาย ถูกเทปสีน้ำตาลพันที่ศรีษะและใบหน้า มือทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าเทปสีน้ำตาลและใส่กุญแจมือนั่งอยู่บริเวณห้องโดยสารด้านหลังเบาะข้าง ๆ คนขับ ภายในรถยนต์คันที่ผู้ถูกจับกุมเป็นผู้ขับขี่ และจากการสอบถามข้อมูลจาก นายณกรณ์พงศ์ฯ และนายอัครเดชฯ แจ้งว่า ได้รับงานและค่าจ้างในการรับ-ส่ง ชาวจีนจาก นายจ่อย จึงได้ให้มารับชาวจีนตามที่ตกลงกันไว้ในเขตพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อนำตัวไปส่งในพื้นที่ชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งนายธนัยนันท์ฯ จะช่วยขับรถยนต์นำพื้นตรวจสอบเส้นทาง ซึ่งต่อมาได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายจ่อย คือ นายธนัยนันท์ฯ อายุ 33 ปี ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อร้องขอต่อศาลอนุมัติหมายจับ ซึ่งต่อมา ศาลจังหวัดแม่สอดได้อนุมัติหมายจับที่ จ.162/2569 ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายธนัยนันท์ฯ หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.พบพระ
จ.ตาก จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายชาวไทยลักษณะรูปพรรณคล้ายกับ นายธนัยนันท์ฯ ขับขี่รถยนต์สีเทาไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่มาจอดอยู่บริเวณริมถนนสายพบพระ-อุ้มผาง หมู่ที่ 9 ต.คีรีราษฎร์
อ.พบพระ จ.ตาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เรียกให้นายธนัยนันท์ฯ หยุด ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจพร้อมแสดงหมายจับให้ดูอ่านให้ฟังและให้อ่านเองจนเข้าใจดีแล้ว ซึ่งนายธนัยนันท์ฯ ดูและตรวจสอบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับ นี้มาก่อน จึงได้จับกุมตัวพร้อมแจ้งข้อเท็จจริงและแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบแล้ว จากนั้นจึงได้นำตัวมาที่ สภ.พบพระ จว.ตาก พร้อมทำบันทึกจับกุมและได้ร่วมกันนำตัวผู้ถูกจับ
ส่ง พงส.สภ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้เสียหายสัญชาติจีนทราบว่า ตนต้องการหางานทำในประเทศไทยจึงได้ทำการหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตและได้พบกับดิลเลอร์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ที่รับปากจัดหางานในประเทศไทย
จึงได้ทำการตกลงและนัดหมายเวลาเดินทางต่อมาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 จึงได้เดินทางเข้าประเทศไทยและดีลเลอร์แจ้งว่าได้ทำการจัดหารถมารับและจะไปส่งที่สถานที่ทำงานที่ทำการตกลงไว้ จึงได้เดินทางไปกับบุคคลดังกล่าว หลังจากที่เดินทางถึงจังหวัดตาก ตนจึงได้ถูกบังคับพันธนาการโดยไม่สมัครใจหลังจากถูกพันธนาการแล้วตนก็ไม่ทราบว่าการเดินทางไปถึงที่ใดจนได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ซึ่งจากการสืบสวนทำให้น่าเชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวได้ทำการหลอกลวงบุคคลสัญชาติจีนโดยอ้างว่าจะจัดหางานในประเทศ เมื่อผู้เสียหายเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดตากก็จะพันธนาการด้วยการมัดมือมัดเท้าและปิดตาเพื่อไม่ให้เห็นเส้นทาง และพาตัวผู้เสียหายเดินทางเข้าสู่ชายแดนชายแดนไทย
-เมียนมา จึงเชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวทำการหลอกลวงบุคคลสัญชาติจีนเข้าสู่ประเทศไทยและนำตัวไปส่งต่อให้กับเครือข่ายที่อยู่ประเทศเมียนมาเพื่อนำไปใช้แรงงาน
