สมุทรสาคร-บ้านแพ้วอ่วม!!! เจอน้ำท่วมหนักสุดรอบ 35 ปี หลายฝ่ายเร่งช่วยเหลือเยียวยา ด้านผู้ว่าฯ เตรียมเซ็นต์ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติช่วยเหลือเร่งด่วน

สมุทรสาคร-บ้านแพ้วอ่วม!!! เจอน้ำท่วมหนักสุดรอบ 35 ปี หลายฝ่ายเร่งช่วยเหลือเยียวยา ด้านผู้ว่าฯ เตรียมเซ็นต์ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติช่วยเหลือเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตำบลหลักสาม ตำบลบ้านแพ้ว และตำบลเกษตรพัฒนา อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทำกิน พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งชาวบ้านบอกว่าหนักสุดในรอบ 35ปี
สำหรับการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ ก็ได้มีการมอบถุงยังชีพเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 100 ชุด ให้แก่กลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีทั้ง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังคงยืดเยื้อมานานนับสัปดาห์แล้ว และอาจจะมีแนวโน้มขยายเป็นวงกว้างส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นในหลายชุมชน ถ้าหากฝนยังไม่หยุดตก หรือ กรณีถ้ามีการปล่อยมวลน้ำจากจังหวัดที่อยู่เหนือสมุทรสาครลงมา แต่ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วยังไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของพี่น้องชาวบ้านในกลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่ยังเป็นการสำรวจความเสียหายและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง ซึ่งหลังจากนี้ทางจังหวัดจะเร่งดำเนินการประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนัก เป็นเขตประสบภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถนำงบประมาณและกลไกของภาครัฐเข้าช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว ตามระเบียบที่มีการบัญญัติไว้
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมก็สะท้อนว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบราวๆ 35 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2534 โดยในทุกๆ ปีที่ผ่านมาแม้จะมีน้ำมากในบางช่วง แต่ส่วนใหญ่อยู่เพียงแค่ปริ่มริมตลิ่งหรือพื้นผิวถนนเท่านั้น ไม่เคยเอ่อล้นเข้าท่วมภายในบ้านเรือนอย่างหนักเช่นปีนี้ ส่งผลให้หลายครัวเรือนได้รับความเสียหายทั้งทรัพย์สินและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต
ทั้งนี้การลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในระยะเร่งด่วนเท่านั้น แต่ยังเป็นการติดตามสถานการณ์จริงในทุกจุดเสี่ยง รับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนบริหารจัดการน้ำ ป้องกัน และลดผลกระทบในระยะยาว รวมถึงประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ที่อาจเกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต เพื่อยกระดับการรับมือภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน
