เพชรบุรี-ประชุมด่วน อปท. ริมตลิ่ง เร่งระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน รับมือฝนตกต่อเนื่อง เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายน้ำเฝ้าระวัง

เพชรบุรี-ประชุมด่วน อปท. ริมตลิ่ง เร่งระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน รับมือฝนตกต่อเนื่อง เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายน้ำเฝ้าระวัง
เพชรบุรี เร่งเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ เรียกประชุมด่วนผู้บริหารท้องถิ่นและผู้นำชุมชนริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี หลังปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจานสูงถึง 87.60% จำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ พร้อมสั่งการแจ้งเตือนประชาชนยกสิ่งของขึ้นที่สูงและเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น สอดคล้องกับประกาศ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 6/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 26 – 30 กันยายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน หนองหญ้าปล้อง และเขาย้อย)
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานการประชุมด่วนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองเพชรบุรี และอำเภอบ้านแหลม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและลดผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน

สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนแก่งกระจานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำสะสมอยู่ที่ 621.979 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 87.60% ของความจุเก็บกัก ซึ่งได้มีการเปิดระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 100.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี B.18 (เขาลูกช้าง) วัดปริมาณน้ำได้ 108.40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากห้วยผากและห้วยแม่ประจันต์ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลมารวมบริเวณเขื่อนเพชรเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 110.00 – 130.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมรองรับปริมาณน้ำหลาก ตั้งแต่เวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 จึงได้มีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยเพิ่มการระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีเป็นประมาณ 60.00 – 80.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทั้งระบายน้ำเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ 3 ไปลงคลองระบายน้ำ D.9 ในอัตราประมาณ 50.00 – 70.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่อื่นๆ อีกประมาณ 10.00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยอาจพิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำตามสถานการณ์จริงต่อไป

สำหรับการประเมินผลกระทบ พบว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเพชรจนถึงเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ในเขตอำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด และอำเภอเมืองเพชรบุรี ยังจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้ แต่พื้นที่ริมแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีลงไปจนถึงปลายแม่น้ำ ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีและอำเภอบ้านแหลม อาจประสบปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี จึงสั่งการให้ อปท. และผู้นำชุมชนเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้ยกเครื่องสูบน้ำ สิ่งปลูกสร้าง หรือ เก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ เพื่อป้องกันความเสียหาย พร้อมกำชับให้ท้องถิ่นเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน อาหาร และอุปกรณ์ช่วยเหลือ โดยสามารถเบิกจ่ายงบประมาณของท้องถิ่นได้ตามระเบียบ นอกจากนี้ ทางอำเภอยังมีงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมอำเภอละ 1 ล้านบาท เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ทางจังหวัดจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำหลากต่อไป
