สมุทรสาคร-“บิ๊กราญ บุกทลายแก๊งนอมินีข้ามชาติ ลากคอพ่อจีนปลอมตัวเป็นเมียนมา – ลูกสวมสิทธิ์ไทย ยึดโยงทรัพย์ 600 ล้าน”

สมุทรสาคร-“บิ๊กราญ บุกทลายแก๊งนอมินีข้ามชาติ ลากคอพ่อจีนปลอมตัวเป็นเมียนมา – ลูกสวมสิทธิ์ไทย ยึดโยงทรัพย์ 600 ล้าน”
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายพีรธร วิมลโลหะการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง.,พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ตำรวจท้องที่ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง DOPA N.I.C.E กรมการปกครอง นำกำลังเข้าตรวจค้น บริษัทนอมินีโรงงานผลิตยางรถจักรยานยนต์ แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ใช้นอมีนีคนไทยในการถือครอง มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท อีกทั้งยังให้ลูกชายชาวจีนสวมสูจิบัตรคนตาย เพื่อใช้สิทธิ์ความเป็นคนไทย และยังพบว่ามีประวัติก่อเหตุอาชญากรรมทำร้ายคนจีนในไทย ตลอดจนยังเป็นผู้ต้องหาทุจริตโครงการรัฐบาลจีน แล้วหนีเข้ามาในประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้ ระหว่างตรวจค้น พลตำรวจเอกสำราญฯ ได้สอบปากคำผู้ต้องหาที่สามารถจับกุมได้ 4 คน คือ นายเมียว อายุ 37 ปี หรือ นายลี (สัญชาติจีน) ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกัน,นายธนดล ลูกชายชาวจีน ที่สวมใบสูติบัตรเป็นคนไทย อายุ 19 ปี และนางสาวนาฝา จะชี แม่ทิพย์ของนายธนดล, กับ ลูกจ้างของบริษัทนายเมียว ซึ่งเป็นคนขับรถ และเป็นนอมินีให้กับบริษัท เบื้องต้นได้รับสารภาพทั้งหมด ทั้งการใช้ลูกจ้างคนไทยมาเป็นนอมินีถือหุ้นบริษัท 3 บริษัท และถือหุ้น 100% เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายของไทย
พลตำรวจเอกสำราญ ยังบอกอีกว่า ผู้ต้องหาคนนี้ ยังก่อเหตุ ทำร้ายร่างกาย หญิงชาวจีน และชิงทรัพย์ เมื่อปี 2567 ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาลฎีกา โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน ส่วนที่นำสูติบัตรของลูกนางสาวนาฝาผู้ต้องหาอีกคน มาให้ลูกชายสวมสิทธิ์ เพื่อเตรียมโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดให้ลูกชาย และผู้ต้องหายังมีหมายจับของประเทศจีน ในคดีทุจริตฉ้อโกงข้ามชาติที่ประเทศจีน 

ส่วนการสอบปากคำลูกชาย อายุ 19 ปี เปิดใจกับสื่อว่า ตัวเองไม่ได้คิดว่าตนผิด เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่ถ้าผิดก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย ซึ่งตอนแรกตนเองไม่ได้อยากอยู่ประเทศไทยแต่ถูกบังคับมา โดยมีลูกน้องของพ่อ เป็นคนดำเนินการ ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ชั้น ป.6 ทำให้ตนเองต้องจำใจอยู่ไทยมา 5 ปี ตอนนี้อยากกลับบ้านที่จีน เพราะ แม่ และย่า อยู่ที่ประเทศจีน แต่ก็ไม่สามารถกลับไปได้ ส่วนเรื่องการ ใช้สูติบัตรคนตายทำบัตรประชาชนและใช้สิทธิประโยชน์ในการเป็นคนไทยนั้น ตนไม่รู้เรื่อง แต่ทางด้านของ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ก็สวนกลับทันทีว่า จะอ้างไม่รู้ไม่ได้ในเมื่อมีหลักฐานเป็นบัตรประชาชน 2 คน
ด้านนางสาวนาฝา จะชี ผู้ต้องหาหญิงชาวไทย เป็นคนในพื้นที่อำเภอเชียงดาว และยอมให้ชาวจีนนำชื่อลูกชายที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ไปสวมสิทธิ์ เนื่องจากตอนนั้นไม่ได้แจ้งการเสียชีวิต ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐขอใช้ชื่อลูกชายให้กับเด็กชาวจีน โดยได้รับค่าเดินทาง 500 บาท ซึ่งตนไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฎหมาย เพราะตัวเองไม่รู้หนังสือ
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดแถลงข่าวว่า ภายใต้การสั่งการของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำกับภาพรวม มุ่งกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎรอย่างเด็ดขาด ปฏิบัติการครั้งนี้ขยายผลจากการสืบสวนพบ “Mr.Myo” ชาวเมียนมา พฤติกรรมต้องสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) เปิดบริษัท 3 แห่งในพื้นที่หมู่ 1 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 191 ล้านบาท และถือครองที่ดิน 7 แปลง ใช้เป็นทั้งที่พัก โรงงาน และปล่อยเช่า รวมมูลค่าทรัพย์สินพุ่งสูงถึงประมาณ 600 ล้านบาท
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบพิรุธหนัก ผู้ถือหุ้นคนไทยมีฐานะเพียงคนขับรถรับจ้าง ไม่เคยลงทุนจริง ส่อชัดเป็น “นอมินีบังหน้า” ขณะที่โครงสร้างบริษัทมีการถือหุ้นไขว้ซับซ้อน ปกปิดเส้นทางเงินและตัวเจ้าของที่แท้จริง และยิ่งทำการสืบสวนก็ยิ่งพบว่า ตัวจริง “Mr.Myo” แท้จริงคือ “Mr.Li” ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน คดีทุจริตโครงการรัฐ ก่อนหลบหนีและเปลี่ยนตัวตน ใช้พาสปอร์ตเมียนมา เข้า – ออกไทย นับสิบครั้ง
นอกจากนี้ ยังพบ “ลูกชาย” ใช้บัตรประชาชนไทยปลอม สวมสิทธิ์เป็นคนไทย ทั้งที่ข้อมูลลายนิ้วมือยืนยันตรงกับบุคคลสัญชาติจีน เคยเดินทางเข้า – ออกไทยมาก่อน เจ้าหน้าที่เร่งตรวจ DNA เทียบสายสัมพันธ์ พร้อมลากตัวผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 
คดีนี้ยังโยงเหตุอุกฉกรรจ์ในอดีต เมื่อนายเมียว หรือ นายลี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องหารายนี้ เคยก่อเหตุทำร้ายหญิงชาวจีนอย่างโหดเหี้ยม ข่มขู่ เรียกทรัพย์ และทรมานร่างกาย ก่อนคดีขึ้นสู่ชั้นศาล และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลฏีกา
จากพฤติการณ์ดังกล่าว ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับและหมายค้น ก่อนบุกเข้าตรวจค้นบริษัทเป้าหมายทั้ง 3 แห่ง จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเอกสารสำคัญจำนวนมาก โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ใช้สองสัญชาติในการเคลื่อนไหว
พล.ต.อ.สำราญฯ ยังกล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำชัด จะเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงาน “ปิดช่องโหว่ทะเบียนราษฎร” ซึ่งเป็นต้นทางของอาชญากรรมยุคใหม่ ตั้งแต่นอมินี บัญชีม้า ไปจนถึงเครือข่ายข้ามชาติ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการทลายโครงข่ายอาชญากรรมที่แฝงตัวในระบบทะเบียนไทย ย้ำจุดยืนของตำรวจเอาจริง “ไม่ปล่อยให้คนพวกนี้มีความสุขบนผืนแผ่นดินไทย ไม่ปล่อยให้ใครใช้แผ่นดินไทยเป็นฐานฟอกตัว – ฟอกเงิน” เพื่อคุ้มครองความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน
