สมุทรสาคร-ไฟไหม้โรงงานผลิตขนมรายใหญ่ย่านอ้อมน้อย คาดมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้าน

สมุทรสาคร-ไฟไหม้โรงงานผลิตขนมรายใหญ่ย่านอ้อมน้อย คาดมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้าน
เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.วันที่ 07 กันยายน 2569 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) สาขาพุทธมณฑลสาย 5 ตั้งอยู่เลขที่ 99/99 หมู่ที่ 7 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยที่เกิดเหตุเป็นบริษัทผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ของจังหวัดสมุทรสาคร ภายในบริษัทฯ มีการแบ่งพื้นที่อาคารออกเป็นหลายส่วน อาทิเช่น อาคารสำนักงาน,อาคารผลิต,อาคารเก็บอุปกรณ์การผลิต และอาคารเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เป็นต้น
ซึ่งตรงบริเวณที่เกิดไฟลุกไหม้นั้น เป็นพื้นที่อาคารผลิตขนม 2 ชั้น มีเนื้อที่ประมาณ ครึ่งไร่ ภายในตัวอาคารมีทั้งเครื่องจักร วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการหีบห่อ โดยเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงจนทะลุขั้นมาบนหลังคาอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่จากดับเพลิงจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครอ้อมน้อย นำรถกระเช้าดับเพลิง พร้อมด้วย รถดับเพลิงและรถสนับสนุนทั้งจากในจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมากหลายสิบคันได้เร่งระดมกำลังเข้าฉีดน้ำทุกทิศทางเพื่อสกัดเพลิงไม่ให้โหมลุกไหม้ ไปยังอาคารข้างเคียงที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ภายใต้การบัญชาการสั่งการของ นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน,นายบุญชู นิลถนอม นายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย,พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน,นายอนุตร ปางพุฒิพงษ์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง โชคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แม้จะต้องใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง แต่เพลิงไม่ลุกไหม้และรุนแรงมากขึ้น 



จากการสอบถามทราบว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ตอนเวลาประมาณ 6 โมงครึ่งกว่าๆ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีพนักงานเข้ามาทำงานภายในบริษัทฯ เพราะเมื่อวันอาทิตย์เป็นวันหยุด แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวมีเพียงพนักงานประมาณ 3 คนเข้ามา เพื่อทำหน้าที่เปิดเครื่องในไลน์ผลิต เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเครื่อง ก่อนที่พนักงานจะเข้ามาทำงาน จากนั้นพอเปิดเครื่องได้ไม่นานก็มีไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วจนยากจะควบคุมได้ จึงได้มีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าควบคุมเหตุ แต่เปลวเพลิงก็โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนเกิดความเสียหายคาดว่าน่าจะหลายสิบล้านบาท ทั้งนี้ก็ต้องรอจนกว่าเพลิงจะสงบเสียก่อน แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ประสานกับเจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน
