กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา เปิดเวทีระดมความคิดเห็น มุ่งยกระดับ กอ.รมน. สู่การเป็น “Smart Security Agency”

กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา เปิดเวทีระดมความคิดเห็น มุ่งยกระดับ กอ.รมน. สู่การเป็น “Smart Security Agency”
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมหมายเลข 402 – 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง “การบริหารความมั่นคงภายในอย่างยั่งยืน : บทบาทและทิศทางของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในมิติบูรณาการ” โดยมี นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดการเสวนา นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ คณะอนุกรรมาธิการ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หน่วยงานด้านความมั่นคง สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วม

นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงภายในประเทศให้เท่าทันสถานการณ์สากล โดยการนำระบบโครงสร้างความมั่นคงต้นแบบจากต่างประเทศ เช่น กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา (DHS) หรือระบบสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหราชอาณาจักร มาเป็นแนวทางร่วมพิจารณาเพื่อขับเคลื่อนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและโครงสร้างของหน่วยงานให้ก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่มีขีดความสามารถสูง มีการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Management) บูรณาการฐานข้อมูล (Big Data Consolidation) และใช้ระบบการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยการข่าวและเทคโนโลยีที่แม่นยำ คณะกรรมาธิการฯ ในฐานะเป็นกลไกหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการทางการทหารทั้งปวง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การพัฒนาประเทศ และที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแบบองค์รวม รวมถึงการพิจารณาศึกษา ติดตาม และเสนอแนะการปฏิรูปประเทศภายใต้กรอบของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อส่งเสริมระบบการบริหารจัดการด้านการรักษาความมั่นคงภายในประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนอย่างแท้จริง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการศึกษาและถอดบทเรียนเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดโครงการเสวนาวิชาการขึ้นและคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้รับกรอบแนวทาง (Roadmap) ที่ชัดเจนในการยกระดับ กอ.รมน. สู่การเป็น “Smart Security Agency” ที่มีการทำงานเชิงรุก โปร่งใสและมีเป้าหมายเพื่อประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความเข้าใจ
และมุมมองต่อ กอ.รมน. ที่มีเอกภาพมากขึ้น สามารถช่วยกันส่งเสริมและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม เช่น ยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และปัญหาชายแดนได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จร่วมกัน และยังมีความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารความมั่นคงของรัฐ ได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามที่กระทบต่อความเป็นอยู่ นำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังได้รับชุดข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่รอบด้าน เพื่อนำไปยกร่างและปรับปรุงรายงานและการยกระดับคุณภาพทางวิชาการ โดยมีข้อมูลสนับสนุนและบทวิเคราะห์ที่ผ่านการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถนำไปปรับปรุงในเนื้อหา “ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ” และเกิดโครงข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการสื่อสาร สร้างความตระหนักรู้กับภาคประชาชน จากการจัดเสวนาจะช่วยลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจของภาคประชาชนที่มีต่อหน่วยงานความมั่นคง โดยสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมตามแนวทางการปฏิบัติงานยุคดิจิทัล อีกทั้งยังเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือข้ามภาคส่วน หรือ Multi-agency and Stakeholder Network ระหว่างวุฒิสภา หน่วยงานความมั่นคง เช่น กอ.รมน. สมช. มท. ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดการบูรณาการและการประสานงานด้านความมั่นคงแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน

ภายในงานเสวนาฯ มีการปาฐกถาพิเศษโดย พลเอก นักรบ บุญบัวทอง เรื่อง “ภาพอนาคตความมั่นคงไทย : การปฏิรูปโครงสร้างและกฎหมายความมั่นคงภายใน สู่การทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” จากนั้น มีการเสวนาโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย 1. พลตรี ชัชช์ มนตรีมุข รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กองทัพบก ในประเด็น “กอ.รมน. กับบทบาทการเป็นแกนกลางบูรณาการ (Integration Hub) และการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรความมั่นคงอัจฉริยะ (Smart Security Agency)” 2. นายเอกพงษ์ ศิริพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในประเด็น “กลไกมหาดไทยกับการบูรณาการความมั่นคงภายในระดับพื้นที่ : การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน” และ 3. นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง “มุมมองฝ่ายนิติบัญญัติและภาคประชาสังคม : ความท้าทายในการปรับปรุงกฎหมายความมั่นคง สิทธิมนุษยชนและความไว้วางใจของประชาชน” 

.
สำหรับวัตถุประสงค์การจัดเสวนา จัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ร่วมวิเคราะห์ ทบทวนบทบาท และออกแบบแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทั้งในด้านกฎหมาย โครงสร้าง และกำลังพล ตลอดจนภารกิจสำคัญและจำเป็นในการรักษาความมั่นคงภายในของประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรความมั่นคงอัจฉริยะที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดมั่นในผลประโยชน์ ความปลอดภัย และความสุขของประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
