11/08/2026

สมุทรสงคราม- อัมพวา เดินหน้าโครงการ“ลิ้นจี่คู่ขวัญ พืชพรรณเกื้อกูล” ปลูกกล้วยหอมทอง-ต้นเหลียง รวม 600 ต้น เพิ่มรายได้เกษตรกร สร้างสวนลิ้นจี่แบบยั่งยืน

IMG_5392

สมุทรสงคราม- อัมพวา เดินหน้าโครงการ“ลิ้นจี่คู่ขวัญ พืชพรรณเกื้อกูล” ปลูกกล้วยหอมทอง-ต้นเหลียง รวม 600 ต้น เพิ่มรายได้เกษตรกร สร้างสวนลิ้นจี่แบบยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนวัฒน์ รุ่งเรืองศรี นายอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดโครงการ “ลิ้นจี่คู่ขวัญ พืชพรรณเกื้อกูล” กิจกรรมแปลงเรียนรู้การปลูกพืชแซมในร่องสวนลิ้นจี่ ณ แปลงเรียนรู้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ของนางบุรี มอญสะแก หมู่ 10 ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา โดยมี น.ส.สุรีย์พร สุภชัยพานิชพงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภออัมพวา กล่าวรายงาน
พิธีมีพระเมธีวัชรประชาทร รศ.ดร. หลวงพ่อแดง นันทิโย ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดอินทาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ นายกเทศมนตรีตำบลสวนหลวง หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว สู่ เกษตรแบบผสมผสาน โดยนำพืชชนิดอื่นมาปลูกแซมในสวนลิ้นจี่ เพื่อใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเกษตรกรในช่วงที่ลิ้นจี่ไม่มีผลผลิต
นอกจากสร้างรายได้เสริมแล้ว การปลูกพืชแซมยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาความชื้นในสวน ช่วยปรับปรุงและบำรุงดิน รวมถึงลดการพึ่งพาสารเคมี ซึ่งเกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้จากแปลงเรียนรู้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเองได้
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ได้ร่วมกันปลูก กล้วยหอมทอง 300 ต้น และต้นเหลียง 300 ต้น รวมทั้งสิ้น 600 ต้น โดยนายธนวัฒน์ รุ่งเรืองศรี และพระเมธีวัชรประชาทร รศ.ดร. หลวงพ่อแดง นันทิโย ร่วมกันปลูกต้นเหลียง และกล้วยหอมทอง อย่างละ 1 ต้นเป็นปฐมฤกษ์ ก่อนที่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชน และเกษตรกร จะร่วมกันปลูกต้นกล้วยหอมทองและต้นเหลียงจนครบตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ต้นเหลียง หรือผักเหลียง/ผักเหมียง เป็นพืชพื้นบ้านที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ร่มรำไร จึงเหมาะสำหรับนำมาปลูกแซมในสวนผลไม้ โดยสามารถเก็บยอดอ่อนจำหน่ายหรือใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ใบเหลียงผัดไข่ ต้มกะทิ และรับประทานคู่กับน้ำพริก จึงนับเป็นอีกหนึ่งพืชที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี
ส่วนกล้วยหอมทอง เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุสูง ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกายทันที บำรุงหัวใจ และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น โดยให้พลังงานประมาณ 88-90 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม เหมาะสำหรับเป็นอาหารว่างเพื่อสุขภาพในทุกๆ วัน
โครงการ “ลิ้นจี่คู่ขวัญ พืชพรรณเกื้อกูล” จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มมูลค่าพื้นที่สวนลิ้นจี่ของอำเภออัมพวา ให้เกษตรกรมีรายได้หลายทาง ลดต้นทุน เพิ่มความหลากหลายของผลผลิต และดูแลระบบนิเวศภายในสวนไปพร้อมกัน สอดคล้องกับแนวทางการทำเกษตรที่เน้น “อยู่ได้ มีรายได้ และยั่งยืน” พร้อมต่อยอดสวนลิ้นจี่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานของชุมชนต่อไป
0000000000000000000000000000000000000000

ข่าวที่น่าติดตาม