ราชบุรี-ไฟเผาโรงงานอะไหล่รถจักรยานยนต์ วอด! ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน สกัดนานกว่า 3 ชั่วโมง

ราชบุรี-ไฟเผาโรงงานอะไหล่รถจักรยานยนต์ วอด! ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน สกัดนานกว่า 3 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.กอบโชค เล็กตระกูล ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงาน พี.เอส.พี.เอ็น แมนูแฟคเจอริ่ง เลขที่ 159 ริมถนนแสงชูโต หมู่ 16 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย น.ส.กุลธิดา พยา นายอำเภอบ้านโป่ง พร้อมทั้งประสานระดมกำลังรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงานเข้าช่วยระงับเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายอะไหล่ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต ฝั่งมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอบ้านโป่ง พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง จากบริเวณโกดังด้านหลังโรงงาน พร้อมกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่ง ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งวางกำลังฉีดน้ำสกัดเพลิงจากหลายทิศทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง

สถานการณ์เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากภายในโรงงานมีวัสดุและชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์จำนวนมาก ทั้งสเตอร์ เบาะรถจักร รวมถึงถังสารเคมี ซึ่งล้วนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เปลวเพลิงโหมรุนแรงและควบคุมได้ยาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำรถฉีดโฟมเข้าช่วยสกัด โดยเน้นป้องกันไม่ให้เปลวไฟลุกลามเข้าสู่บริเวณถังสารเคมี ซึ่งการระงับเหตุครั้งนี้ มีการระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองท่าผา เทศบาลเมืองบ้านโป่ง เทศบาลตำบลกรับใหญ่ เทศบาลตำบลลูกแก เทศบาลตำบลดอนขมิ้น เทศบาลตำบลเบิกไพร อบต.ลาดบัวขาว อบต.หนองกบ รวมถึงรถฉีดโฟมจากโรงงานเอสซีจีพี บ้านโป่ง รวมกว่า 20 คัน พร้อมกำลังชุดผจญเพลิงของมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี เข้าร่วมปฏิบัติการอย่างเต็มกำลัง
เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดได้ โดยพบว่าโครงหลังคาโรงงานพังถล่มลงมาเกือบทั้งหมด ขณะที่เครื่องมือ อุปกรณ์ และชิ้นส่วนอะไหล่ภายในโรงงานได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทุซ้ำ

จากการสอบสวนทราบว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเช้ามืด ขณะที่โรงงานยังไม่เปิดทำการ รปภ.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าโรงงาน ได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิดมาจากด้านใน ก่อนพบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและระงับเหตุ เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหาย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ.
