‘วรศิษฎ์’ เปิดสัมมนาใหญ่สุราษฎร์ฯ ติวเข้มท้องถิ่น หนุนกระจายอำนาจ ชูยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เตรียมออกภาษีบ้านเกิด หนุนท้องถิ่น

‘วรศิษฎ์’ เปิดสัมมนาใหญ่สุราษฎร์ฯ ติวเข้มท้องถิ่น หนุนกระจายอำนาจ ชูยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เตรียมออกภาษีบ้านเกิด หนุนท้องถิ่น
มท.4″วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” เป็นประธานเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “กฎหมายรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจ” ที่สุราษฎร์ธานี ดึง ม.บูรพา – ชมรมนายกอบต. ร่วมติวเข้มผู้บริหารและบุคลากรท้องถิ่น หวังยกระดับธรรมาภิบาล ลดความเสี่ยงข้อกฎหมาย ทำงานโปร่งใสเพื่อประชาชน
สุราษฎร์ธานี – เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมบรรจงบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “กฎหมายรัฐธรรมนูญกับการกระจายอำนาจ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยบูรพา, สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ในการนี้ นายคำรณ อินทรโท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาวง ในฐานะประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมีผู้เข้า ร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นางกชวรรณ ชุมช่วย ท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนผู้บริหารมหาวิทยาลัย วิทยากร นายก อบต. ประธานสภา ผู้บริหาร และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่
นายคำรณ อินทรโท เปิดเผยว่า รัฐธรรมนูญไทยได้วางรากฐานสำคัญในการส่งเสริมการกระจายอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้บริหารและพนักงานส่วนท้องถิ่นยังต้องเผชิญความท้าทายจากความซับซ้อนทับซ้อนของกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้เกิดความสับสนในขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่าง “การกำกับดูแล” กับ “การแทรกแซง” การจัดสัมมนาครั้งนี้จึงมุ่งยกระดับศักยภาพคน (Capacity Building) ถอดรหัสบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาใช้วิเคราะห์กรณีศึกษาจริง เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางกฎหมาย ทำงานได้อย่างรัดกุมและถูกต้อง
ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือกลไกหลักของรัฐที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เป็นหน่วยงานด่านหน้าในการเปลี่ยนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งความคาดหวังของประชาชนในยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็วเท่านั้น แต่ต้องถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
”กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนภารกิจ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียั่งยืน การปฏิบัติงานของ อปท. จึงต้องตั้งอยู่บน 2 รากฐานสำคัญ คือ การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และการยึดมั่นในหลักกฎหมายระเบียบราชการ การสัมมนาครั้งนี้จะช่วยให้บุคลากรท้องถิ่น ‘รู้ลึก รู้จริง รู้ปัญหา’ และเข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบ ชี้มูลความผิด หรือการฟ้องร้องในศาลปกครอง นำไปสู่การบริหารจัดการบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุม” รมช.มหาดไทย กล่าว
.
นายวีศิษฏ์ กล่าวว่า ท้องถิ่นเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน ใกล้ชิดปัญหา รู้ปัญหา อยากแก้ปัญหา แต่ไม่ได้แก้ปัญหา แต่ไม่สามารถแกัปัญหาได้ เนื่องจากไม่มีงบประมาณ บางหมู่บ้านมีงบประมาณพัฒนา 200,000-300,000 บาท รัฐบาลจึงจะออกกฎหมายภาษีบ้านเกิด ให้ผู้เสียภาษีเลือกที่จะให้ภาษีที่จ่ายให้กับองค์กรบ้านเกิดได้ เพื่อมีงบพัฒนาบ้านเกิด
.
‘มีคำถามว่า ถ้าองค์กรในพื้นที่ทำงานไม่ดี หรือไม่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถให้หน่วยงานใกล้เคียงได้ จะทำใ้ห้เกิดการแข็งขันระหว่างหน่วยงานในการทำงาน เพื่อให้ผู้เสียภาษีประทับใจ กำหนดให้ภาษีให้กับองค์กร’ นายวีศิษฏ์ กล่าว
.
เขายังกล่าวว่า ท้องถิ่นมีปัญหาเรื่องกฎระเบียบ กฎหมาย จึงจะจัดทำดาต้ารวบรวมกฎระเบียบ กฎหมาย แนวปฏิบัติต่างๆมารวบรวมไว้ สามารถค้นหาได้ง่ายแบบAI ท้องถิ่น สามารถเข้ามาใช้ได้ ประชาชนก็สามารถเข้ามาใช้ได้’ รมข.มหาดไทย กล่าว
สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน (7 – 9 ส.ค. 69) เพื่อมุ่งยกระดับมาตรฐานการบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยให้มีความสมรรถนะสูง มีธรรมาภิบาล และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในพื้นที่ต่อไป
