บุรีรัมย์-สาวผ่าคลอดลูกกลายเป็นป่วยติดเตียง ผัวทิ้งทั้งแม่ลูก ซ้ำบัตรคนจนไม่ผ่าน

อำเภอประโคนชัย//สุดเศร้าสาววัย 28 ปีผ่าท้องคลอดลูกผ่านไป 24 ชม.เกิดช็อครักษานานกว่า 1 เดือนไม่หายกลายเป็นป่วยติดเตียงพูดไม่ได้ ขยับไม่ได้ ผัวสะบัดตูดหนี รพ.ช่วย 7 หมื่น,นมลูก 1 ปี น้าสาววัย 50 ปีอาสามาดูแลหวังบัตรคนจนแต่ก็ไม่ผ่านทั้งที่ไม่เคยมีทรัพย์สิน วอนผู้เชี่ยวชาญแนะการรักษาอยากให้หลานดีขึ้นกว่านี้
วันที่ 16 ก.ค.2569 ชาวเน็ตในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างออกมาแสดงความเห็นใจหลังมีคนโพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งที่นอนป่วยติดเตียง ระบุหลังไปผ่าคลอดที่โรงพยาบาล ได้ลูกชายปลอดภัย แต่แม่กลายเป็นป่วยติดเตียงมานานกว่า 10 เดือน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบนางสาวกวิสรา (สา) ไหประโคน อายุ 28 ปี ชาว ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เคยเป็นพนักงาน บริษัท ไทยท๊อป 4289 จำกัด นอนป่วยติดเตียงอยู่ภายในบ้าน ลักษณะอาการพูดไม่ได้,แขนขาขยับไม่ได้ ,ไม่ตอบสนองการพูดคุยเช่นพยักหน้า ส่ายหน้า หรือยิ้ม ทำได้เพียงกระพริบตาได้เพียงอย่างเดียว

โดยมีนาง ลำภู จอมประโคน(เสื้อสีบานเย็น)อายุ50ปี น้าสาว และนาง สมาพร ไหประโคน(เสื้อน้ำตาล) อายุ53ปี แม่ของ น.ส.สา ผู้ป่วยติดเตียง คอยดูแลและพยายามอุ้มน้องภาคิน อายุ 10 เดือนลูกชายของ น.ส.สา มาให้แม่คอยชื่นชมเป็นระยะ
นางลำภู จอมประโคน น้าสาวผู้ป่วย เล่าว่าเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 หลายสาวคือ น.ส.สา ซึ่งตอนนั้นท้องแก่เดินทางไปโรงพยาบาลประโคนชัย เพราะปวดท้องคลอด หลังจากนั้นหมอได้ตรวจสอบแล้วมีมติให้มีการผ่าคลอดที่โรงพยาบาล

หลังผ่าคลอดเสร็จได้ลูกชายน้ำหนัก 3,200 กรัม สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่าง จากนั้นหมอได้เรียกหลานสาวไปอบรมคุณแม่มือใหม่ หลานก็ไปนั่งฟังหมอตามปกติสุขภาพแข็งแรงเดินไปมาได้เหมือนคนทั่วไป
ผ่านไปประมาณ 1 วันหรือ 24 ชม.หลานสาวเกิดอาการช็อค แกร็ง หมอเข้ามาช่วยทำการ PCR และต้องส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.68 และรักษาต่อมาจนถึงวันที่ 27 ต.ค.68 หรือประมาณ 44 วัน กระทั่งหมอมาแจ้งว่า”มีลิ้มเลือดอุดตันในปอด”

นางลำภู เล่าด้วยว่า หลังจากนั้นหมอให้กลับบ้านได้ในสภาพเป็นผู้ป่วยติดเตียง และโรงพยาบาลให้เงินเยียวยามาเป็นจำนวน 70,000 บาท จะให้นมให้เด็กกินนาน 12 เดือน และถ้าจำเป็นจะต้องเดินทางไปหาหมอให้โทรแจ้ง โรงพยาบาลจะมีรถไปรับฟรี หลังจากนี้ครอบครัวคงจะยากลำบากมากขึ้น ตนซึ่งต้องหยุดทำงานรับจ้างมาดูแลหลานสาว ไปยื่นขอบัตรคนจนก็ไม่ผ่านเพราะข้อมูลระบุมีรถยนต์ ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน
ด้านนาง สมาพร ไหประโคน แม่ น.ส.สา ผู้ป่วย กล่าวว่าอาการของลูกสาวในตอนนี้ขยับตัวไม่ได้เลย จริงแล้วอยากจะให้มีผู้มีความรู้ด้านการรักษาอาการแบบนี้ได้มาชี้แนะ อยากให้ลูกขยับตัวได้มากกว่านี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ดูแลบ้างเพราะตอนนี้ลูกสาวบอบช้ำทั้งกายทั้งจิตใจเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะสามีของลูกสาวคือลูกเขยของตัวเอง หลังรู้ว่าภรรยาป่วยติดเตียงแล้วได้หายหน้าไปเลย มาดูอาการภรรยาและมาเยี่ยมลูกชายเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่เห็นหน้า ไม่รู้จะเรียกว่าทิ้งหรือเรียกว่าอะไร
ปล่อยให้พวกตนดูแลกันเอง ไม่ได้ทำงานทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายหลายช่องทางทั้งแพมเพิส กระดาษทิชชู่เปียก โดยเฉพาะนมเด็กซึ่งจะหมดเวลามาช่วยเหลือจากโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้พอบรรเทาได้บ้างเพราะมีคนบริจาคเงินมาได้ทั้งหมดประมาณ 30,000 บาทหลังจากนั้นยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่กันอย่างไร/////////////
ทีมข่าวบุรีรัมย์ รายงาน
