“ล้อคหน้าประตู ถึงไทยไม่ทันข้ามวัน! กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ บก.ตม.2 สกัดคาสนามบินดอนเมือง ผู้ต้องหาฉ้อโกงบัตรเครดิตจีน 35 ล้าน เพิกถอนวีซ่า ส่งรอกลับดำเนินคดี”

“ล้อคหน้าประตู ถึงไทยไม่ทันข้ามวัน! กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ บก.ตม.2 สกัดคาสนามบินดอนเมือง ผู้ต้องหาฉ้อโกงบัตรเครดิตจีน 35 ล้าน เพิกถอนวีซ่า ส่งรอกลับดำเนินคดี”
ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทางการจีน คดีฉ้อโกงบัตรเครดิต มูลค่าความเสียหายกว่า 35 ล้านบาท
วันที่ 16 ก.ค. 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ, พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ดำเนินการควบคุมตัว MR.CHEN อายุ 34 ปี สัญชาติจีน บุคคลตามหมายจับของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะนครเซี่ยงไฮ้ ในความผิดฐาน ฉ้อโกงบัตรเครดิต
สืบเนื่องจากทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือในการติดตามตัวผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกับขบวนการอาชญากรรมผลิตบัตรเครดิตปลอมในสหรัฐอเมริกา และหลอกลวงให้เหยื่อใช้บัตร UnionPay ซื้อสินค้าผ่านร้านค้าปลีก 2 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนลักลอบถอนเงินและสร้างความเสียหายรวมกว่า 7 ล้านหยวน (ประมาณ 35 ล้านบาท)

ต่อมา กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า MR.CHEN จะเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน SL361 จากฮ่องกง ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 เวลา 16.05 น. จึงประสานฝ่ายสืบสวน ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง เฝ้าติดตามกระทั่งพบตัวผู้ต้องหาและเชิญมาตรวจสอบ
ภายหลังตรวจสอบยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีน จึงเสนอ ผบก.สส.สตม. เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวรอการส่งกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และยืนยันนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดจากต่างประเทศ.
