ปทุมธานี-ตรวจคนเข้าเมืองปทุมธานี เส้นทางการเงินพุ่งทะลุกว่า 130 ล้าน

ปทุมธานี-ตรวจคนเข้าเมืองปทุมธานี เส้นทางการเงินพุ่งทะลุกว่า 130 ล้าน
ขานรับนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บุกค้นบ้านหรูซุก 27 บริษัท ทลายรัง “นอมินีข้ามชาติ” ผงะ! พบ 17 บริษัทเข้าข่ายนอมินี เจาะลึกเส้นทางการเงินแค่ 3 บริษัท 5 เดือน พุ่งทะลุกว่า 130 ล้าน
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี, พ.ต.ท.พีรพัฒน์ คล้ายคลึง รอง ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี, พ.ต.ต.หญิง สุภางค์กาญน์ มนตรีพิศาล สว.ตม.จว.ปทุมธานีและ พ.ต.ท.รวีศักดิ์ สุริยภักดิ์ สว.ฝ่ายบริการการศึกษา ศฝร.ตม. ช่วยราชการ ตม.จว.ปทุมธานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย ร.ต.อ.ชาติชนก สุวรรณทรรภ และร.ต.อ.สุวิทย์ สุทัศน์ รอง สว.ตม.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก และจัดหางานจังหวัดปทุมธานี
พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก และจัดหางานจังหวัดปทุมธานี ร่วมกันตรวจค้นบ้านเดี่ยวแห่งหนี่ง ม.4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ ค.185/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 ในการตรวจค้นมี นาย ท (นามสมมุติ) สัญชาติไทย แสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน และนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ผลการตรวจค้นปรากฎว่า สถานที่ดังกล่าว ถูกใช้เป็นสำนักงานบัญชี รับจดทะเบียนบริษัท และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงบการเงินของบริษัทฯ และยังพบอีกว่าบ้านหลังดังกล่าว ยังเป็นที่ตั้งจดทะเบียนของบริษัททั้งหมด 27 บริษัท โดยใช้บริเวณห้องโถงชั้นล่างของบ้าน เป็นออฟฟิศจำลองของบริษัท ที่รับจดทะเบียน จากการตรวจสอบพบว่ามี นิติบุคคล ที่ถูกจดทะเบียนด้วยเงินทุน 10,000 บาท โดยมีผู้ถือหุ้นชาวไต้หวันหนึ่งราย ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 และผู้ถือหุ้นชาวไทย ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 

จากการสอบถามนาย ท (นามสมมุติ) เจ้าบ้านซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับจดทะเบียนนิติบุคคล ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้มีลูกค้าติดต่อมา ให้ตนช่วยจดทะเบียนบริษัทฯ ให้บุคคลชาวไต้หวันจำนวน 17 คน รวม 17 บริษัท โดยมีเงื่อนไขให้จัดหาคนไทย มาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นให้ เพื่อให้สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ โดยคนไทยที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ถือหุ้นแทนทั้งหมด ล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิด ที่รู้จักกับตน และล้วนเป็นบุคคลที่ว่างงาน หรือประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ โดยตนได้รับค่าจ้างในการจดทะเบียนบริษัทละ ประมาณ 12,000 – 15,000 บาท อีกทั้งจากการตรวจสอบ ยังพบว่าบัญชีนิติบุคคลของบางบริษัท มีความเชื่อมโยง กับระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านบาท ภายในเวลา 5 เดือน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาหนังสือเดินทาง ของชาวไต้หวันของทั้ง 17 บริษัท รวมถึงตรายางของบริษัทต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การปฏิบัติการครั้งนี้ ตม.จว.ปทุมธานี ได้ขานรับนโยบายเร่งด่วนของ ผบ.ตร.-ผบช.สตม. เดินหน้าปราบปรามขบวนการ “นอมินี” หรือการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ รวมถึงการสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ และยืนยันเดินหน้าป้องกัน ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำผิดของคนต่างด้าวและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส หากพบเห็นการกระทำผิดสามารถติดต่อสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร. 1178 ได้ทันที
