11/07/2026

สมุทรสงคราม- เดิมพันอนาคตมรดก 2 ศตวรรษ นักวิจัยลงพื้นที่กู้ชีพ “ลิ้นจี่โบราณแควอ้อม” หลังพบอาการน่าห่วง

IMG_1731

สมุทรสงคราม- เดิมพันอนาคตมรดก 2 ศตวรรษ นักวิจัยลงพื้นที่กู้ชีพ “ลิ้นจี่โบราณแควอ้อม” หลังพบอาการน่าห่วง
สมุทรสงคราม เดินหน้าปกป้องมรดกทางการเกษตรอันทรงคุณค่า หลังพบ “ลิ้นจี่ค่อมโบราณ” อายุกว่า 220-230 ปี ในตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา เริ่มมีสภาพทรุดโทรม ยอดต้นบางส่วนแห้งตาย นักวิจัย สภาเกษตรกร และภาคเอกชนเร่งลงพื้นที่วางแนวทางฟื้นฟู หวังรักษาต้นลิ้นจี่ประวัติศาสตร์ให้คงอยู่คู่ชุมชนและเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง
ที่สวนลิ้นจี่ 200 ปี ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ศ.ดร.คณพล จุฑามณี หัวหน้าโครงการวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้การแก้ปัญหาดอกและผลอ่อนร่วงในลิ้นจี่พันธุ์ค่อม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.ลงพื้นที่ติดตามสภาพต้นลิ้นจี่โบราณ หลังได้รับการประสานจากสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงครามและศูนย์วิจัยชุมชนตำบลแควอ้อม ว่าต้นลิ้นจี่โบราณทั้ง 2 ต้น ซึ่งมีอายุจริงราว 220-230 ปี กำลังเผชิญปัญหาความเสื่อมโทรม โดยเฉพาะบริเวณยอดต้นที่เริ่มแห้งและไม่สมบูรณ์
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและบริษัทเจียไต๋ จำกัด ในการนำองค์ความรู้ด้านพืชสวนและสารปรับปรุงบำรุงต้นไม้เข้ามาช่วยฟื้นฟู พร้อมสาธิตวิธีการใช้งานให้เกษตรกรที่เข้าร่วมรับฟังเกือบ 10 คน เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ต้นลิ้นจี่โบราณและยืดอายุการคงอยู่ของต้นไม้สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัด
ศ.ดร.คณพล กล่าวว่า ลิ้นจี่ค่อมโบราณทั้ง 2 ต้นถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของตำบลแควอ้อม โดยในปี 2530 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เคยเสด็จทอดพระเนตร จึงมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเกษตร และการท่องเที่ยว การฟื้นฟูต้นลิ้นจี่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการดูแลต้นไม้ แต่เป็นการอนุรักษ์มรดกของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป
นายชัยยันต์ เจียมศิริ ประธานศูนย์วิจัยชุมชนตำบลแควอ้อม กล่าวว่า ศูนย์วิจัยชุมชนฯ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สภาเกษตรกรจังหวัด จังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้การสนับสนุนของนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และนายเจษฏา ญาณประภาศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ ) สมุทรสงคราม ศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาการออกดอกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลิ้นจี่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด
ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ต้องเผชิญผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน อากาศร้อนขึ้นและฤดูหนาวสั้นลง ส่งผลให้การออกดอกของลิ้นจี่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมีการศึกษาการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตและนวัตกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา โดยล่าสุดบริษัทเจียไต๋ จำกัด ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมศึกษาวิจัย พร้อมนำผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการเจริญเติบโตหลายชนิดมาทดลองในแปลงลิ้นจี่ของชุมชน เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นการออกดอก ติดผล และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ขณะที่นายสมชาย เนาสราญ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทเจียไต๋ จำกัด เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าปัญหาของต้นลิ้นจี่อาจเกี่ยวข้องกับระบบราก แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมอย่างละเอียด เนื่องจากต้นมีขนาดใหญ่และสูงมาก ทำให้การตรวจสอบสภาพเรือนพุ่มและส่วนยอดทำได้ยาก จำเป็นต้องอาศัยทั้งการสำรวจภาคสนามและข้อมูลทางวิชาการประกอบกัน ทั้งนี้ เจียไต๋ยืนยันความพร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูต้นลิ้นจี่ประวัติศาสตร์ โดยจะเริ่มศึกษาจากต้นลิ้นจี่อายุกว่า 200 ปีในตำบลแควอ้อมเป็นลำดับแรก พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ และแนวทางการดูแลรักษาให้แก่ผู้ดูแลสวนอย่างใกล้ชิด
การฟื้นฟูลิ้นจี่โบราณครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความหวังในการอนุรักษ์ต้นไม้ประวัติศาสตร์อายุกว่าสองศตวรรษเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การค้นพบองค์ความรู้ใหม่ในการแก้ปัญหาลิ้นจี่ออกดอกยาก ซึ่งสามารถขยายผลสู่สวนลิ้นจี่ทั่วจังหวัดสมุทรสงคราม และช่วยรักษาอัตลักษณ์ “เมืองลิ้นจี่แม่กลอง” ให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
00000000000000000000000000000000

ข่าวที่น่าติดตาม