“สรรเพชญ” ลุยภูเก็ต ตรวจเจ็ตสกี–แท็กซี่ ดัน Smart Pier–ท่าเรือสำราญ เร่งทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง ลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุในภูเก็ต

“สรรเพชญ” ลุยภูเก็ต ตรวจเจ็ตสกี–แท็กซี่ ดัน Smart Pier–ท่าเรือสำราญ เร่งทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง ลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุในภูเก็ต
วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายประเวศน์ สุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาคมนาคมและโครงการสำคัญของจังหวัดภูเก็ต รวม 6 จุด
โดยในจุดแรก นายสรรเพชญและคณะได้ลงพื้นที่ชายหาดป่าตอง ตรวจสอบการให้บริการเรือเจ็ตสกี ซึ่งปัจจุบันมีเรือจดทะเบียนถูกต้องจำนวน 384 ลำ พร้อมกำชับให้ตรวจเข้มเรือที่ไม่มีใบอนุญาต ใบอนุญาตหมดอายุ การให้บริการนอกเขต และการรุกล้ำพื้นที่เล่นน้ำ รวมถึงเพิ่มการเฝ้าระวังของไลฟ์การ์ด กล้องวงจรปิด และไฟส่องสว่าง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว
จากนั้น ลงพื้นที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง รับฟังข้อเสนอเรื่องการเพิ่มเจ้าหน้าที่ช่วยผูกเรือ พื้นที่หลบฝน และปัญหาการวาง ซื้อขาย หรือให้เช่าทุ่นจอดเรือ โดยมอบหมายกรมเจ้าท่าเร่งตรวจสอบและจัดระเบียบพื้นที่ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันโครงการ “Phuket Smart Pier” เชื่อมโยงข้อมูลเรือ ผู้โดยสาร ใบอนุญาต กล้องวงจรปิด และข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบ Port Control ซึ่งเตรียมเริ่มใช้งานในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ตลอดจนการชมเรือกู้ภัยทางทะเลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตที่ใช้สำหรับปฏิบัติภารกิจค้นหาทางทะเลและดับเพลิง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว
ต่อมา นายสรรเพชญลงพื้นที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต หารือร่วมกับหน่วยงานและผู้รับสัมปทาน เพื่อเร่งยกระดับท่าเรือรองรับธุรกิจเรือสำราญ โดยมีแผนพัฒนา 3 ระยะ ตั้งแต่การปรับปรุงร่องน้ำและหลักผูกเรือ การเพิ่มพื้นที่กลับลำเรือ ไปจนถึงการพัฒนา Mega Cruise Terminal ในรูปแบบ PPP รองรับเรือสำราญขนาดกว่า 150,000 ตันกรอส และผู้โดยสารประมาณ 3,000–4,500 คนต่อเที่ยว
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเปิดใช้งานมานานกว่า 30 ปี จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับการเติบโตของการท่องเที่ยวและการคมนาคมทางน้ำ โดยมีเป้าหมายผลักดันภูเก็ตให้เป็นประตูการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน และเป็นจุดหมายปลายทางของเรือสำราญระดับโลก
สำหรับโครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง นายสรรเพชญยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันโครงการอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 พร้อมกำชับว่าการปรับรูปแบบโครงการเพื่อลดภาระงบประมาณจะต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งนี้ ได้ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยศึกษาการลดค่าผ่านทาง โดยมีอัตราเบื้องต้น ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 20 บาท รถ 6–10 ล้อ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง
หลังจากนั้น นายสรรเพชญได้ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงจุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 402 บริเวณท่าเรือเกาะแก้ว ซึ่งกรมทางหลวงเสนอของบประมาณปี 2570 วงเงินกว่า 600 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณผูกพัน เพื่อปรับปรุงผิวจราจร จุดกลับรถ ระบบระบายน้ำ ทางเท้า และระบบตรวจจับการจราจร ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันได้รับงบประมาณปรับปรุงจุดกลับรถระยะแรกแล้ว 2 แห่ง และมีแผนดำเนินการรวม 9 แห่งทั่วจังหวัด โดยนายสรรเพชญกำชับให้เร่งดำเนินงานและควบคุมมาตรฐานการก่อสร้าง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากจุดกลับรถบริเวณท่าเรือเกาะแก้วได้ภายในปี 2571
จุดสุดท้าย นายสรรเพชญลงพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ติดตามการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะและรถรับจ้าง กำชับให้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนถูกต้อง มีประกันภัย และสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่ได้ พร้อมตรวจสอบอัตราค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้โดยสาร
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามทั้งปัญหาเร่งด่วนที่กระทบประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว โดยจะนำข้อเสนอจากทุกฝ่ายไปกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ กรอบเวลา และแนวทางดำเนินงานให้ชัดเจน เพื่อยกระดับระบบคมนาคมของภูเก็ตให้ปลอดภัย คล่องตัว และรองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
