24/06/2026

เพชรบุรี- ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดงานสัมมนาโครงการ “ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 59” จังหวัดเพชรบุรี

IMG_9812

เพชรบุรี- ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดงานสัมมนาโครงการ “ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 59” จังหวัดเพชรบุรี

​วันนี้ (24 มิถุนายน 2569) นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายสิริน ชาวเพ็ชร์ดี เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จัดงานสัมมนาโครงการ “ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 59” บูรณาการแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยมี ร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ ณ อาคารปฏิบัติการโรงแรมและท่องเที่ยว ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงจากคำร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ และจากการหยิบยกเรื่องที่เห็นว่าส่งผลกระทบต่อสาธารณชนมาพิจารณาหาแนวทางแก้ไข เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่อาจได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือไม่เป็นธรรมจากการกระทำของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงเป็นหน่วยกลางในการเชื่อมประสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการจัดสัมมนาผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชนในครั้งนี้ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินและองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่มีหน้าที่เชื่อมโยงกันแก่ผู้แทนกว่า 350 คน จากส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นสื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.10 น. มีร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้เข้าร่วมสัมมนา จากนั้นเป็นพิธีเปิดโดยประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อด้วยการบรรยายเรื่อง “หน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน” โดย นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และการเสวนา “ผู้ตรวจการแผ่นดินกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี” โดย นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำเนินรายการโดย นายสิริน ชาวเพ็ชร์ดี เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมเปิดรับฟังปัญหาความทุกข์ร้อนและความคิดเห็นที่มีต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกด้วย สำหรับในช่วงบ่ายเป็นการเสวนาในหัวข้อ “หน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560” โดย นายณัฐวุฒิ จุ้ยสำราญ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.12) ดร.โกเมศ สุขกฤช ผู้ตรวจราชการ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายสำนาน มีศิริ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบุรี นางณัฐวิภา บำรุงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานศาลปกครองเพชรบุรี ดำเนินรายการโดย นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากนี้ ในบริเวณงานสัมมนา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร่วมกับ 7 องค์กร ได้แก่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของแต่ละองค์กรและให้บริการปรึกษาข้อกฎหมายแก่ประชาชนด้วย

ด้านนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่เพชรบุรีครั้งนี้ยังได้ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากลิงแสมบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) นอกจากนี้ ได้นำรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกหน่วยบริการรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย ตลอดจนจัดกิจกรรมสันทนาการบอกเล่าความรู้เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดินอันเป็นประโยชน์แก่พี่น้องชาวเพชรบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ ตลาดนัดพรีเมียร์มาร์เก็ต อำเภอเมืองเพชรบุรี และวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ บริเวณหน้าอาคารสุเมธตันติเวชกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ทั้งนี้ สำหรับท่านที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานแต่ต้องการร้องเรียน สามารถส่งเรื่องร้องเรียนมายังช่องทางต่าง ๆ ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ทั้งทางไปรษณีย์ถึงสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1676 (โทรฟรีทั่วประเทศ) ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ombudsman.go.th ทางสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” และแอปพลิเคชันไลน์ (ID Line : @ombudsman) ซึ่งการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น

//////

ปิดโหมดสีเทา