19/06/2026

น้ำ EM ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหาบ่อขยะหัวไทร

IMG_6012

น้ำ EM ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการแก้ปัญหาบ่อขยะหัวไทร
บ่อขยะหัวไทรแจ้งว่า รับกำจัดขยะให้ท้องถิ่น 19 แห่ง ด้วยวิธีฝังกลบ และใช้น้ำ EM ป้องกันกลิ่นและช่วยย่อยสลายด้วย
…….
บริษัทบ้านบ่าวสาวจำกัด แจ้งผ่านเฟสบุ้คว่า รับจัดการขยะของท้องถิ่นในอำเภอหัวไทรและใกล้เคียงจำนวน19ท้องถิ่นทั้งเทศบาลและอบต.จำนวนขยะวันหนึ่งประมาณ 45 ตัน โดยวิธีฝังกลบและคัดแยกรีไชเคิลเป็นบางส่วน ใช้น้ำหมักEMฉีดพ่นป้องกันกลิ่นและช่วยย่อยสลาย มีบ่อบำบัดน้ำเสีย น้ำชะขยะบำบัดน้ำโดยใช้จุลินทรีย์สูตรที่คิดค้นร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักณ์และ มอ.สงขลา
เป็นบ่อขยะที่ได้รับการรับรองจากสำนักสิ่งแวดล้อมที่ 14 เป็นบ่อฝังกลบถูกต้องตามหลักวิศวกรรมแห่งเดียวในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบแนะนำ

สำหรับปัญหาที่เกิดการมีกลิ่นรบกวนชุมชนข้างเคียงเป็นบางครั้งทางบริษัทต้องกราบขออภัยต่อผู้ไดรับผลกระทบด้วยและจะพยายามแก้ไขจัดการให้ปัญหาหมดในที่สุดและจะทำทุกอย่างตามคำแนะนำของทุกหน่วยงาน”เราจะร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน“

ข้อมูลในเชิงวิชาการในการจัดการขยะด้วยการฝั่งกลบ และใช้น้ำ EM เป็นตัวช่วย เพื่อร่วมกันช่วยตรวจสอบว่าบ่อกำจัดขยะหัวไทร ดำเนินการถูกต้องตามหลักวิชาการหรือไม่ ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมที่ 14 (สุราษฏร์ธานี) จะเข้าไปตรวจสอบในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

ในทางวิชาการและการจัดการหลุมฝังกลบขยะอย่างถูกหลักสุขาภิบาล (Sanitary Landfill)

-ไม่มีมาตรฐานการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) เป็นระบบหลัก แต่จะใช้เป็น ตัวช่วย หรือมาตรการเสริม

-มาตรการเสริมเพื่อลดผลกระทบ (Mitigation Measure) ในระยะสั้น เช่น ช่วยดับกลิ่นและเร่งการย่อยสลายขยะอินทรีย์ก่อนฝังกลบสถานะของการใช้อีเอ็ม (EM) ในระบบฝังกลบขยะ

-ในหลักเกณฑ์ของ กรมควบคุมมลพิษ การฝังกลบที่ถูกต้องจะเน้นการควบคุมระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันมลพิษในระยะยาว

การใช้ EM ราดกองขยะสามารถทำได้ แต่มีข้อจำกัดที่ควรทราบดังนี้ครับ

-การใช้เพื่อควบคุมเหตุรำคาญ (กลิ่นและแมลง): ในทางปฏิบัติ การจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย มักนำ EM เจือจาง (อัตราส่วน 100-500 เท่า) ฉีดพ่นเพื่อลดกลิ่นเหม็นและไล่แมลงวันบริเวณหน้าเทขยะการเร่งการย่อยสลาย: หมายถึงความเข้มข้นสูง ปริมาณมากพอ ความถี่ในการฉีดพ่นราดรดลงกองขยะ เวลาที่ฉีดพ่น ต้องในช่วงเวลาอากาศเย็นไม่มีแสงแดด ไม่ร้อนจัด ช่วงเวลาพลบค่ำจึงดีที่สุด และไม่ฉีดพ่นในวันที่ฝนตก

-จุลินทรีย์ใน EM ช่วยย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้รวดเร็วขึ้น ทำให้อัตราการยุบตัวของขยะในหลุมฝังกลบสูงขึ้นข้อพึงระวังและข้อจำกัดทางวิชาการห้ามใช้แทนการฝังกลบแบบถูกสุขาภิบาล: การราด EM ไม่ได้ทำให้ขยะทั้งหมดหายไปหรือปลอดสารพิษ หลุมฝังกลบยังคงต้องมีการบดอัดขยะเป็นชั้น และกลบด้วยดินหนาอย่างน้อย 15 ซม. ทุกวัน เพื่อป้องกันการคุของไฟและสัตว์พาหะ

-ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำชะขยะ (Leachate) ระยะยาว: แม้ EM จะช่วยย่อยสารอินทรีย์ แต่น้ำชะขยะที่ไหลออกจากหลุมฝังกลบยังคงมีค่าความสกปรกสูง (BOD/COD) และอาจมีโลหะหนักปนเปื้อน จึงจำเป็นต้องมีระบบรวบรวมน้ำชะขยะไปบำบัดในบ่อบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน

-หมายเหตุ EM./Effective Microorganism หรือจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ มีหลายชนิดหลายสายพันธุ์ในทางวิชาการตัวท็อปที่ดีที่สุดที่ได้จากการเพาะและแยกเชื้อบริสุทธิ์เท่านั้นคือในการย่อยสลายของเน่าเสียคือเชื้อBS/Bacillus Subtilis และสารเร่งที่ใช้สำหรับย่อยน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นคือ สารเร่งซุปเปอร์ พด.6 จาก กรมพัฒนาที่ดิน หรือสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายสารอินทรีย์

-EM.มิใช่คำตอบสุดท้ายโครงสร้างการบริหารจัดการที่ถูกต้องตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษต่างหากคือคำตอบ อย่าหลงทางในท่ามกลางความมืด

เมื่อสำนักสิ่งแวดล้อมที่ 14 เข้าไปตรวจสอบ ควรมีองค์กรท้องถิ่น ตัวแทนภาคประชาชน ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการร่วมตรวจสอบด้วย น่าแปลกใจว่า ในการเข้าไปเก็บตัวอย่าง น้ำดิน ขยะ ไปตรวจสอบวันก่อน ไม่มีตัวแทนท้องถิ่นเข้าร่วมด้วย ทั้งๆที่เขาดูแลประชาชนในพื้นที่อยู่

นอกจากหน่วยงานตามที่กล่าวมาแล้ว สาธารณะสุขอยู่ไหน ไม่เห็นมีส่วนร่วมตรวจสอบ

ได้แต่หวังว่า ปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างเร็ววัน ก่อนฝนใหญ่จะมาปลายปีนี้ อย่าปล่อยให้ประชาชนรับกรรมบนผลประโยชน์ส่วนบุคคล
#นายหัวไทร
#บ่อขยะหัวไทร
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน

 

ข่าวที่น่าติดตาม

ปิดโหมดสีเทา