06/05/2026

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส เน้นย้ำนายอำเภอพื้นที่เกิดเหตุไฟป่า ปฏิบัติตามแผนเชิงรุกอย่างเข้มงวด เพื่อคุมเพลิงในวงจำกัด ไม่ให้ลามออกนอกแนวควบคุม

1274734_0_0

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส เน้นย้ำนายอำเภอพื้นที่เกิดเหตุไฟป่า ปฏิบัติตามแผนเชิงรุกอย่างเข้มงวด เพื่อคุมเพลิงในวงจำกัด ไม่ให้ลามออกนอกแนวควบคุม

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่ออำเภอตากใบ สุไหงปาดี และสุไหงโก-ลก หลังยังพบจุดควันและเชื้อไฟคุกรุ่นบางจุด พร้อมกำชับทุกหน่วยปฏิบัติให้เร่งควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด โดยย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ไฟป่าต้องไม่ลุกลามออกนอกพื้นที่ควบคุม” เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน พื้นที่เกษตร และสุขภาพของประชาชน

ล่าสุด นายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ รายงานสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ 3 ตำบล มีพื้นที่เสียหายรวมประมาณ 120 ไร่ แยกเป็น ตำบลโฆษิต 61 ไร่ ตำบลพร่อน 34 ไร่ และตำบลบางขุนทอง 25 ไร่ โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามพื้นที่ตำบลพร่อนและตำบลบางขุนทองยังต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เนื่องจากยังพบกลุ่มควันและเชื้อไฟบางจุด

เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จำนวน 2 เครื่อง ในพื้นที่ตำบลโฆษิตและตำบลพร่อน เพื่อสูบน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ผิวดิน ลดโอกาสไฟปะทุซ้ำ ควบคู่กับการทำแนวกันไฟ และใช้รถดับเพลิงเข้าสกัดแนวไฟในพื้นที่ตำบลบางขุนทอง เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเข้าใกล้ชุมชน

ขณะที่พื้นที่อำเภอสุไหงปาดี นายวิรุต ตรียวง นายอำเภอสุไหงปาดี รายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าที่ลามจากตำบลพร่อน กระทบพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี 6 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 300 ครัวเรือน รวม 1,250 คน พื้นที่ป่าเสม็ดเสียหายประมาณ 50 ไร่ โดยไม่มีผู้บาดเจ็บ และไม่มีบ้านเรือนเสียหาย อีกทั้งยังไม่มีการอพยพประชาชน

ส่วนพื้นที่ตำบลปะลุรู ซึ่งมีความเสียหายสะสมประมาณ 44 ไร่ ขณะนี้ไฟอยู่ในแนวควบคุม ไม่พบกลุ่มควันใหม่ แต่ยังจัดกำลังเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกล จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ฉีดน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่พรุ เพื่อป้องกันไฟใต้ดินปะทุซ้ำ

ด้านนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่บ้านกูแบอีแก ตำบลปูโยะ อยู่ในการควบคุม และมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ ในภาพรวมถือว่าคลี่คลายแล้ว โดยใช้เวลาดำเนินการ 8 วัน พื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 40 ไร่ แต่เจ้าหน้าที่ยังใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ร่วมกับเครื่องสูบน้ำพญานาคของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโก-ลก ฉีดน้ำเข้าทำแนวกันไฟครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมเร่งขยายแนวเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่อำเภอตากใบ เพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดไฟไม่ให้ขยายวงกว้าง

ขณะที่วันนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสุราษฎร์ธานีปฏิบัติการบินที่ 3 ปฏิบัติการจากอำเภอตากใบ- อ.แว้ง หลังปฏิบัติการกลุ่มเมฆมีปริมาณเพิ่มขึ้น มีการรวมตัวและพัฒนาตัวหนาแน่นขึ้นพร้อมยอดเมฆสูงขึ้น โดยบริเวณต้นพิกัดมียอดเมฆสูงประมาณ 8,500 – 9,000 ฟุต

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เน้นย้ำให้ทุกหน่วยบูรณาการกำลังอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ไฟป่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสาธารณสุข โดยให้เดินหน้าทั้งการดับไฟ ทำแนวกันไฟ สูบน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น ใช้โดรนตรวจหาหัวไฟ และดูแลประชาชนจากผลกระทบของควันไฟ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ตามแผนเชิงรุกอย่างเคร่งครัด

พร้อมระบุว่า จังหวัดพร้อมประสานสนับสนุนกำลัง เครื่องมือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมทันที หากพื้นที่ใดมีความจำเป็น

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ขอบคุณนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอที่มุ่งมั่นในการดับไฟป่าอย่างเต็มที่ รวมทั้งนายอำเภอข้างเคียงที่ร่วมสนับสนุนภารกิจ นายสุรชัย เด่นศุภกุล หัวหน้าชุดควบคุมไฟป่าพรุโต๊ะแดง เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ทั้งจากพื้นที่เกิดเหตุและอำเภอข้างเคียง ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพพื้นที่ป่าพรุที่เข้าถึงยาก และมีความเสี่ยงต่อการปะทุซ้ำจากไฟใต้ดิน

ทั้งนี้ จังหวัดนราธิวาสขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกชนิด หากพบกลุ่มควัน จุดความร้อน หรือผู้ลักลอบเผาป่า ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อร่วมกันสกัดไฟตั้งแต่ระยะแรก พร้อมขอให้แจ้งเบาะแสผู้จุดไฟเผาป่า ป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าซ้ำ จนลุกลามขยายวงกว้าง และลดผลกระทบต่อพื้นที่ป่าพรุ ชุมชน และสุขภาพของประชาชนในระยะยาว.

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

ข่าวที่น่าติดตาม