25/07/2024

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลสืบสวนสอบสวนกรณีเพลิงไหม้โรงงานกำจัดของเสียประเภทวัตถุอันตราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลสืบสวนสอบสวนกรณีเพลิงไหม้โรงงานกำจัดของเสียประเภทวัตถุอันตราย

กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานกำจัดของเสียประเภทวัตถุอันตรายในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดระยอง นั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนกับวิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย และสุขภาพของประชาชน ในวงกว้างหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ และ พลตำรวจเอก ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามและขยายผลดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดให้ได้ผู้กระทำความผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกรายมาลงโทษโดยเร็ว

ต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้มีคำสั่งที่ 302/2567 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีเพลิงไหม้ บริษัท วินโพรเสส จำกัด และ บริษัท เอกอุทัย จำกัด มีหน้าที่สืบสวนสอบสวมรวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ พลตำรวจโท ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน, พลตำรวจโท อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน , พลตำรวจตรี ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 เป็นเลขานุการ พร้อมด้วยพนักงานสืบสวนสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ทำงานร่วมกับนายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และคณะกรมควบคุมมลพิษ กรมน้ำบาดาล กรมป่าไม้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบคอบ ครบทุกมิติ

วันนี้ (28 มิ.ย.67) เวลา 13.30 น. พลตำรวจโท ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีเพลิงไหม้โรงงานสารเคมี ในจังหวัดระยอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ หองประชุมแจงยอดสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมทั้งหมดเกือบ ร้อยนาย ติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับไปแล้วบางส่วน จากการสืบสวนสอบสวนยังพบว่ามีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ในอีกหลายพื้นที่ รวมทั้งหมด 4 จังหวัด 5 แห่งตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งโรงงานในพื้นที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา, อ.อุทัย อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บ้านค่าย อ.มาบตาพุด จ.ระยอง โดยผู้ต้องหาได้นำวัตถุอันตรายของมีพิษเหล่านี้ไปเก็บไว้และมีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง ทั้งยังมีการลักลอบปล่อยลงในแม่น้ำลำคลอง พื้นที่เกษตรกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายของประชาชนอย่างรุนแรงในพื้นที่

ด้านอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียด พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือในการคัดแยกเอกสารที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ได้มีการปลอมแปลงเอกสาร และตราประทับ ตั้งแต่การว่าจ้างการขนส่ง มีการปลอมเอกสารในเกือบทุกขั้นตอน ซึ่งได้ให้นโยบายไว้ว่าเรื่องนี้ต้องทำให้กระจ่างโดยเร็ว และต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายการครอบครองวัตถุอันตราย การกำจัดของเสีย พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายอาญา เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ขณะนี้มีการออกหมายจับไปแล้วในหลายข้อหา มีผู้ถูกกล่าวหาประมาณ 5 คน แต่เชื่อว่าอาจมีผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 10 คน ซึ่งจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ โดยพบว่ามีหลายข้อหา เช่น ในเรื่องการขนส่ง พบว่ามีการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตกว่าร้อยครั้ง จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาทุกครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน คาดว่าจะได้รับโทษสูงสุดเมื่อขึ้นสู่ชั้นศาล สำหรับการจัดตั้งบริษัท พบว่ามีการตั้งบริษัทอย่างถูกต้อง 1 บริษัท เป็นตัวแทนนำ สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ไปไว้ตามที่ต่างๆ ทั้งมีการจัดตั้งบริษัทมาอีกหลายบริษัท ทำหน้าที่เป็นนอมินีส่วนหนึ่ง เพื่อไม่ให้มีการสืบสวนติดตามได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนว่าเป็นลักษณะของกลุ่มขบวนการ ซึ่งกำลังพิจารณาในความผิดฐานเป็นอั้งยี่ เข้าไปสู่ความผิดมูลฐานฟอกเงิน ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบจะได้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย

ข่าวที่น่าติดตาม