06/11/2026

สมุทรสาคร—คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ วุฒิสภา ลุยสมุทรสาคร ตรวจ 3 โรงงาน สางปัญหากากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี สกัดแหล่งนอมินี ป้องไทยกลายเป็นถังขยะโลก

IMG_7654

สมุทรสาคร—คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ฯ วุฒิสภา ลุยสมุทรสาคร ตรวจ 3 โรงงาน สางปัญหากากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี สกัดแหล่งนอมินี ป้องไทยกลายเป็นถังขยะโลก

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดยนายเอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก พร้อมด้วย นายชวพล วัฒนพรมงคล และ นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ, คณะทำงานของ สว.สมุทรสาคร,คณะทำงานศึกษาและติดตามการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม,หน่วยงานภาครัฐ,กอ.รมน.,ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี ผลกระทบต่อประชาชน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงการดำเนินคดีกับสถานประกอบการที่อาจกระทำความผิด และการประเมินมูลค่าการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมี
โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ 3 แห่ง ซึ่งมีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบจากการประกอบกิจการ ซึ่งแห่งแรกเป็นโรงงานหล่อหลอมอะลูมิเนียม ในซอยกองพนันพล ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร เคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับตะกรันอะลูมิเนียนมดอส พบปัญหาฝุ่น ควัน และกลิ่นจากกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ จากการตรวจสอบพบว่าระบบท่อและปล่องดูดควันมีสภาพชำรุด ผุกร่อน ทำให้การดูดและระบายควันทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยมีการชี้แจงว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการกัดกร่อนของสารเคมี ส่งผลให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการควบคุมมลพิษที่อาจเล็ดลอดออกสู่ชุมชน
แห่งที่ 2 โรงงานหล่อหลอมในพื้นที่ ต.ชัยมงคล อ.เมืองสมุทรสาคร มีปัญหาผลกระทบด้านกลิ่นและควันเช่นเดียวกัน โดยทางโรงงานชี้แจงว่าได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะและกำชับให้มีการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงระบบควบคุมฝุ่นและควันจากกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
ส่วนแห่งที่ 3 เป็นสถานประกอบการรีไซเคิลพลาสติกใน ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร มีการนำถุงปุ๋ยพลาสติกมาแปรรูปด้วยกระบวนการบด อัด และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบพลาสติกใหม่ โดยจุดนี้คณะกรรมาธิการฯ พบประเด็นที่น่ากังวลหลายด้าน ทั้งปริมาณถุงปุ๋ยพลาสติกสีขาวที่กองสะสมอยู่ภายในโกดังและพื้นที่ภายนอกเป็นจำนวนมหาศาล ลักษณะเป็นกองขนาดใหญ่คล้ายภูเขา โดยบางส่วนจัดเก็บอยู่ใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้เกิดข้อกังวลว่า หากมีฝนตก น้ำที่ชะล้างผ่านกองวัสดุดังกล่าวอาจไหลลงสู่พื้นที่สาธารณะและแหล่งน้ำใกล้เคียง
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำวัสดุและสิ่งของไปจัดเก็บในพื้นที่ข้างเคียงที่อยู่นอกแนวโฉนดที่ดินของบริษัท ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวว่าอาจเกี่ยวข้องกับการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ จึงต้องตรวจสอบแนวเขตและสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน ขณะเดียวกัน ในส่วนของระบบบำบัดน้ำเสีย พบข้อสังเกตเกี่ยวกับน้ำภายในบ่อที่มีสีดำและมีกลิ่น รวมถึงลักษณะของบ่อและช่องทางระบายน้ำที่อาจทำให้น้ำไหลซึมหรือรั่วไหลออกไปยังพื้นที่ภายนอกได้ คณะกรรมาธิการฯ จึงแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำสาธารณะ พร้อมต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
นอกจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ยังให้ความสนใจตรวจสอบข้อมูลด้านการลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น การดำเนินธุรกิจ และผลประกอบการของบริษัท โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือหุ้นแทนหรือการใช้นอมินี เนื่องจากในการสอบถามข้อมูลบางส่วนยังไม่ได้รับคำชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจน จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ
ทั้งนี้ นายเอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก บอกว่า จังหวัดสมุทรสาครเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีสถานประกอบการเกี่ยวกับการรีไซเคิล การหลอมโลหะ และกิจการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะปัญหาการนำกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการหลอมและแปรรูป ซึ่งหากขาดการควบคุมที่เข้มงวด ย่อมมีความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว จึงเป็นข้อกังวลต่อสถานการณ์ขยะอุตสาหกรรมและขยะอันตรายที่มีแนวโน้มเป็นปัญหาระดับประเทศ โดยไม่ต้องการให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรองรับหรือเป็นเสมือนถังขยะของโลก จากการนำเข้าของเสียและกากอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ดังเช่นปัญหาที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ของประเทศ จึงต้องการให้มีการตรวจสอบและป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ปล่อยให้ปัญหาสะสมจนกลายเป็นภาระของชุมชนและประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ หลังจากการลงพื้นที่แล้ว ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมร่วมกับนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรับทราบข้อมูลและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของสถานประกอบการทั้ง 3 แห่ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้มอบหมายและกำชับให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลในแต่ละด้าน เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดการมลพิษ ระบบบำบัดน้ำเสีย การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ตลอดจนการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างผู้ถือหุ้น (นอมินี)
นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ย้ำว่า หากตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการใด มีการกระทำใดที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายในแต่ละด้านที่ควบคุมไว้ ก็ให้หน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการทันที รวมถึงให้ตรวจสอบประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือหุ้นแทนหรือนอมินี,ข้อมูลความถูกต้องในการประกอบกิจการอย่างละเอียด หากพบการกระทำความผิดใด ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญในการติดตามและแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมและขยะสารเคมีในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อป้องกันไม่ให้การประกอบกิจการภาคอุตสาหกรรมกลายเป็นต้นเหตุสร้างมลพิษและผลกระทบต่อชุมชน พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง และผู้ที่กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย จังหวัดสมุทรสาครต้องไม่ใช่หนึ่งในแหล่งรองรับกากขยะอุตสาหกรรมและต้องไม่ใช่แหล่งทำกินของนอมินีใดๆ ทั้งสิ้น.
ณัฐวุฒิ เอกติโรภาส  รายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม