ราชบุรี- เมืองปลายน้ำ ต้องรับมวลน้ำก้อนแรกยันก้อนสุดท้ายทุกปี
ราชบุรี- เมืองปลายน้ำ ต้องรับมวลน้ำก้อนแรกยันก้อนสุดท้ายทุกปี
“กุลวลี” นำเสียงชาวบ้านปลายน้ำราชบุรีเข้าสภาฯ ทวงระบบน้ำแม่กลอง ชี้ ปตร.คลองบางป่า อายุ 80 ปี เสี่ยงพัง
.
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี ประธาน กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หารือต่อที่ประชุมสภาฯ หลังลงพื้นที่ไล่ตามเส้นทางน้ำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พบจุดวิกฤต 10 ตำบลปลายน้ำ ใน 2 โซน
โซนชลประทานฝั่งซ้าย ต.สามเรือน พิกุลทอง บางป่า ท่าราบ พงสวาย และโคกหม้อ ระดมเครื่องสูบน้ำ 3 จุดหลัก คือ คลองมะขาม (ข้างวัดตึก) ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม เพื่อตัดมวลน้ำจากเจ็ดเสมียนและดอนทรายลงแม่น้ำแม่กลองก่อนถึงปลายน้ำ, ปตร.คลองท่อใน ต.ท่าราบ และ ปตร.คลองบางป่า ต.บางป่า พื้นที่ท้องกระทะต่ำที่สุด ต้องใช้เครื่องสูบถึง 7 เครื่อง
.
โซนโครงการส่งน้ำฯ ท่ามะกา ต.หนองกลางนา หลุมดิน เขาแร้ง และเกาะพลับพลา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ ปตร.บางโตนด ต.บางโตนด อ.โพธาราม ตัดมวลน้ำลงแม่น้ำแม่กลอง โดยโซนนี้มีประตูระบายน้ำ 4 จุด คือ ปตร.บางกระ บางสองร้อย คลองเจ๊ก และหลุมดิน
แต่เครื่องสูบชั่วคราวไม่ใช่คำตอบ ปตร.คลองบางป่า อายุกว่า 80 ปี วันนี้ต้องเดินเครื่องสูบน้ำ 42 นิ้วของกรมทรัพยากรน้ำตลอดเวลา ขณะที่อาคารผุจนเหล็กโผล่ และประตูระบายน้ำทุกจุดในพื้นที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว
.
สส.กุลวลีจึงยื่นข้อเสนอถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 ข้อ
หนึ่ง กรมชลประทานต้องใช้วิกฤตนี้เป็นตัวตั้ง ศึกษาและออกแบบระบบจัดการน้ำทั้งโซนอย่างยั่งยืน รับได้ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ก่อสร้างและปรับปรุงประตูระบายน้ำทุกจุดพร้อมสถานีสูบน้ำถาวร
สอง กรมส่งเสริมการเกษตรต้องเยียวยาเกษตรกรที่เสียหาย แม้ยังไม่ได้ขึ้นหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ไม่
ปล่อยให้ใครตกหล่นสายน้ำไม่มีเส้นแบ่งเขตการปกครอง การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงท้ายน้ำ” สส.กุลวลีกล่าว พร้อมขอบคุณทุกความร่วมแรงร่วมใจ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี อบจ.ราชบุรี กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และผู้นำท้องถิ่นทุกท่าน ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครอง อ.เมือง และ อ.โพธาราม
