สืบ สตม.(กก.1) รวบอดีตผู้อำนวยการโอท้อปชาวจีน หนีคดีรับสินบนกว่า 2.3 ล้านหยวนหรือ12ล้านบาท กบดานในไทย ถูกเพิกถอนทันที เตรียมส่งกลับดำเนินคดีที่จีน
สืบ สตม.(กก.1) รวบอดีตผู้อำนวยการโอท้อปชาวจีน หนีคดีรับสินบนกว่า 2.3 ล้านหยวนหรือ12ล้านบาท กบดานในไทย ถูกเพิกถอนทันที เตรียมส่งกลับดำเนินคดีที่จีน
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม./กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. นำกำลังสืบสวนติดตามบุคคลต่างด้าวที่เป็นที่ต้องการตัวของทางการต่างประเทศ
ล่าสุด วันนี้ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม.สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผมกก.1 บก.สส.สตม. จัดชุดควบคุมตัว MR. LE BAO (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี สัญชาติจีน หลัง ผบก.สส.สตม. อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลเมืองอู๋โจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงวันที่ 7 ส.ค. 2569 ในความผิดฐานรับสินบน ก่อนส่งตัวให้ กก.3 บก.สส.สตม. ควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และประสานการส่งกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศต้นทางต่อไป

เปิดประวัติ อดีตผู้บริหารหน่วยงานส่งเสริมเทคโนโลยีการเลี้ยงไหม ถูกกล่าวหารับสินบนกว่า 2.3 ล้านหยวน
คดีนี้สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มีหนังสือแจ้งข้อมูลมายัง บก.สส.สตม. ว่า MR. LE BAO เป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีนในความผิดฐานรับสินบน โดยทางการจีนยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวยังคงเป็นที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี
จากการตรวจสอบพบว่า MR. LE BAO เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงอนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อมูลการกระทำความผิด ตามข้อมูลที่ได้รับจากทางการจีน ระบุว่า ระหว่างเดือนมิถุนายน 2559 ถึงเดือนตุลาคม 2566 MR. LE BAO ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีส่งเสริมเทคโนโลยีการเลี้ยงไหมแห่งเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ก่อนเกษียณอายุในเดือนตุลาคม 2566
ต่อมา จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ทางการจีน พบว่า ในช่วงปี 2560–2564 MR. LE BAO ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่นายโจว จิงจุน ในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการทำสัญญาโครงการและการขายทรัพย์สิน ก่อนรับมอบทรัพย์สินจากนายโจว จิงจุน หลายครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.3 ล้านหยวน

พฤติการณ์ดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าเข้าข่ายความผิดฐานรับสินบน ตามมาตรา 385 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายอาญาของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นคดีที่ทางการจีนต้องการตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สืบจนพบที่พัก บุกควบคุมตัวก่อนส่งดำเนินการตามขั้นตอน
ด้านเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่า MR. LE BAO พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านโกลเด้นท์นีโอ บางนา–สวนหลวง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์
กระทั่งพบ MR. LE BAO เดินออกมาบริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและแจ้งหนังสือเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายคนเข้าเมืองและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมาย
ข้อสังเกตก่อนเผยแพร่
ควรตรวจสอบการสะกดชื่อผู้ต้องหาให้ตรงกับหนังสือทางการจีน เนื่องจากต้นฉบับมีทั้ง LE BAO และ LI BIAO
ควรตรวจสอบชื่อศาลเมืองอู๋โจวและวันที่ออกหมายจับให้ตรงกับเอกสารต้นทาง
เนื่องจากเป็นการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร “เตรียมส่งกลับไปดำเนินคดีุ
