สตม. จับเพิ่ม 2 ผู้ต้องหา คดีแจ้งเกิดเท็จ ใช้ผลตรวจ DNA มิชอบ หวังให้บุตรคนต่างด้าวได้สัญชาติไทย
สตม. จับเพิ่ม 2 ผู้ต้องหา คดีแจ้งเกิดเท็จ ใช้ผลตรวจ DNA มิชอบ หวังให้บุตรคนต่างด้าวได้สัญชาติไทย
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ภายใต้ข้อสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม. ให้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตามหมายจับ
พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.วงศกร นุ่มนวล รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.พัณณ์เดชน์ ศรีฉัตรเพชร สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวนที่ 2 กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและใช้หลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้บุคคลได้รับรายการในทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ
เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ นางสาวอรยา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ที่ 193/2569 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 และนายวชิรายุทธ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ที่ 192/2569 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยทั้งสองถูกกล่าวหาในคดี ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน แจ้งให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ และร่วมกันทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุคคลมีชื่อหรือรายการในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ
รายแรก นางสาวอรยา เจ้าหน้าที่สืบทราบจากสายลับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงลงพื้นที่ติดตามจับกุม เมื่อพบหญิงมีลักษณะตรงกับบุคคลตามหมายจับบริเวณหน้าบ้านพัก เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนยืนยันตัวบุคคลได้ตรงตามหมายจับ โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม
รายที่สอง นายวชิรายุทธ ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์รับรองความเป็นบุตรอันเป็นเท็จ โดยอ้างว่าบุตรของคนต่างด้าวเป็นบุตรของตนเอง จนปรากฏชื่อเป็นบิดาของบุตรคนต่างด้าวสัญชาติจีน เมียนมา และเวียดนาม รวม 2 ราย ในช่วงปี 2564 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
จากการสืบสวนพบว่า นายวชิรายุทธ ได้นำบุตรโดยสายเลือดของตนเองเข้ารับการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) แต่ถูกกล่าวหาว่าแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจ โดยแอบอ้างว่าบุตรที่เข้ารับการตรวจเป็นบุตรของคนต่างด้าวอีกรายหนึ่ง ส่งผลให้ผลตรวจ DNA ซึ่งเป็นของบุตรที่แท้จริงของนายวชิรายุทธ ถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานรับรองความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างบุคคลต่างด้าวกับบุตรของตน เพื่อดำเนินการให้บุตรของคนต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม DNA ของนายวชิรายุทธไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดีแล้ว โดยในชั้นจับกุม นายวชิรายุทธให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประทาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
