กาฬสินธุ์-ระทึก! “ปลาหมอคางดำ” บุกเขื่อนลำปาว ยอดพุ่งทะลุ 16 ตัวในคืนเดียว ประมงกาฬสินธุ์ประกาศศึก “เจอ แจ้ง จับ จบ” สกัดไม่ให้ทะลักลุ่มน้ำชี-มูล-โขง

สถานการณ์เริ่มตึงเครียด! หลังชาวประมงพื้นบ้านหว่านแหเจอ “ปลาหมอคางดำ” วัยรุ่น 3-6 เดือน โผล่เพิ่มอีก 3 ตัวกลางดึก ดันยอดรวมรอบเขื่อนลำปาวพุ่งเป็น 16 ตัว ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามผวาไม่กล้าประมาท เร่งกางตาข่าย-กรองน้ำสกัดทุกช่องทาง ด้านผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ สั่งเดินหน้ามาตรการเข้ม ชี้เป็นจังหวัดแรกในอีสานที่เจอการระบาด หวั่นหากคุมไม่อยู่อาจลุกลามทั่วภาค

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เริ่มส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง หลังล่าสุด มีรายงานพบปลาชนิดนี้เพิ่มขึ้นอีก 3 ตัว ทำให้ยอดรวมที่พบรอบเขื่อนพุ่งขึ้นเป็น 16 ตัว สร้างความกังวลให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังและผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในพื้นที่โดยรอบไม่น้อย จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อช่วงกลางดึก(14 ก.ย.)ที่ผ่านมา มีข้อความแจ้งเตือนเข้ากลุ่มไลน์ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่าชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ได้หว่านแหจับปลาแล้วพบปลาหมอคางดำติดมาเพิ่มอีก 3 ตัว ทำให้เฉพาะจุดนี้พบไปแล้วรวม 9 ตัว และเมื่อรวมกับจุดตรวจสอบอื่น ๆ รอบเขื่อนลำปาว จึงมียอดรวมทั้งสิ้น 16 ตัว ที่ประมงจังหวัดเชื่อว่า ปลาหมอคางดำ ยังอยู่ในวงจำกัด ที่ยังไม่แพร่ระบาดไปแหล่งน้ำอื่น

นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การพบปลาหมอคางดำในขณะนี้ยังอยู่ในวงจำกัด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวประมงพื้นบ้านทั้ง 11 จุดรอบเขื่อน พบปลาหมอคางดำรวม 13 ตัว เฉลี่ยจุดละ 1-3 ตัวเท่านั้น จึงยังไม่เข้าข่ายการระบาดรุนแรงหรือต้องประกาศเขตภัยพิบัติแต่อย่างใด ทั้งนี้ คาดว่าปลาที่พบมีอายุประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งเป็นปลาที่มีพฤติกรรมชอบอยู่นิ่งเป็นฝูงตามแหล่งน้ำที่มีอินทรียวัตถุ ไม่ค่อยเคลื่อนย้ายไปไกล จึงยังพอควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบรายงานว่ามีปลาหมอคางดำหลุดรอดไปยังพื้นที่ใต้เขื่อนซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแต่อย่างใด

ส่วนในการประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อบ่ายวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสุวรรธน์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เป็นประธานการประชุม ระบุว่าประเด็นการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรกในภาคอีสานที่พบการระบาดของปลาชนิดนี้ในเขื่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงกำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามต้องไม่ประมาท คุมเข้มระบบกรองน้ำอย่างใกล้ชิด

ด้านนายวีระชาติ ภูโปร่ง ประธานสมาพันธุ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด เปิดเผยว่า แม้ยังไม่พบปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าสู่บ่อเลี้ยงกุ้ง แต่เกษตรกรทุกรายตระหนักถึงความเสี่ยงหากมีไข่หรือลูกปลาปะปนเข้ามา จึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการใช้อุปกรณ์กรองน้ำทุกครั้งที่สูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าสู่บ่อกุ้ง และยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องโดยไม่ประมาท

นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวถึงแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังว่า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางมาตรการ เจอ แจ้ง จับ จบ เพื่อตัดวงจรชีวิตปลาหมอคางดำก่อนเกิดการแพร่ระบาด โดยมีขั้นตอนดังนี้
เจอ เมื่อพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ แจ้ง รีบแจ้งเบาะแสผ่านคิวอาร์โค้ด หรือโทร. 043-811034 จับ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบและกำจัดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม จบ นำปลาที่จับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ เช่น ปรุงอาหาร ทำสาคูไส้ปลา ไส้อั่วปลา ข้าวเกรียบปลา น้ำยาขนมจีน ปลาป่น หรือทำน้ำหมักชีวภาพบำรุงพืชและอาหารสัตว์

มาตรการนี้ถือเป็นการ “ล้อมคอก” เขื่อนลำปาวไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์ออกไปไกลกว่านี้ หากดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้จบอยู่เหนือเขื่อนได้ แต่หากปล่อยปละละเลยจนคุมไม่อยู่ ก็มีความเสี่ยงที่ปลาชนิดนี้จะแพร่กระจายไปทั่วภาคอีสาน ทั้งลุ่มแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและอาชีพประมงในวงกว้างต่อไป ที่ในขณะนี้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ยังคงร่วมมือกันเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ “ปลาหมอคางดำ” ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้
