15/09/2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหารายสุดท้าย ปิดฉากแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่

2F_1UTRY789NEW2026

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบผู้ต้องหารายสุดท้าย ปิดฉากแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่

 

​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.,
พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นายอนุวัฒน์ฯ หรืออิฐ อายุ 21 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 331/2569 ลงวันที่ 26 เมษายน 2569 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (ยาเคหรือคีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และสมคบโดยตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน”

​สถานที่จับกุม บริเวณหน้าศูนย์การค้า ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากมาซุกซ่อนไว้ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมีนายนิวและนายอาร์ม ทำหน้าที่ดูแลบ้านเช่าและใช้รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว เป็นพาหนะในการรับและจัดส่งยาเสพติดให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายนิวพร้อมพวกกำลังเดินทางไปรับยาเสพติด จึงติดตามความเคลื่อนไหว พบนายนิวและนายอาร์มขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว เข้ามายังบ้านเช่าดังกล่าวก่อนถอยรถเข้าไปภายในบ้านและนำสิ่งของบางอย่างจากรถเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้านซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นยาเสพติด ทั้งสองขับรถออกจากบ้านเช่า มุ่งหน้าไปยังพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นตำรวจและเข้าตรวจค้นพบยาไอซ์และคีตามีนซุกซ่อนอยู่ภายในรถ รวมทั้งพบกุญแจรถยนต์โตโยต้า วีออส จำนวน 1 ดอก และกุญแจบ้านเช่าอีก 1 พวง

จากการสอบถามเบื้องต้นนายนิวและนายอาร์มให้การว่า บ้านเช่าใน จ.สมุทรปราการ เป็นสถานที่เก็บยาเสพติดจำนวนมาก โดยทั้งสองได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้ทำหน้าที่ไปรับและนำยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้า โดยได้รับค่าจ้างประมาณ ครั้งละ 50,000 บาท และเคยทำมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจค้นบ้านเช่าดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก ได้แก่ ยาไอซ์ จำนวน 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม และคีตามีน จำนวน 30 ถุง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม รวมของกลางยาเสพติดประมาณ 60 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์มิตซูบิชิ
ปาเจโร่ สีขาว จำนวน 1 คัน รถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเครือข่ายดังกล่าวยังมีบุคคลทำหน้าที่เป็น “รถนำ” เพื่อคอยสำรวจเส้นทางและนำทางให้กับรถขนยาเสพติด โดยทราบชื่อคือนายอนุวัฒน์ฯ ใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม เพื่อขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายอนุวัฒน์หรืออิฐ อายุ 21 ปี นั้นหลบหนีไปยังประเทศลาวและกำลังเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายอนุวัฒน์ฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและขยายผล บก.ปส.1 บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงตนปี 2569 ตนได้รู้จักกับนายนิวกับนายอาร์ม ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเช่า โดยตนได้ไปซื้อบุหรี่หนีภาษีราคาถูกกับทั้งสองคนและได้เล่นพนันปลากัดกัน จนสนิทกัน ต่อมานายนิวกับนายอาร์ม ได้ชักชวนให้ตนขับรถนำเพื่อไปส่งสินค้า ตนคิดว่าเป็นพวกบุหรี่หนีภาษี จึงได้ตอบตกลง โดยได้ค่าจ้าง 4,000 บาทต่อครั้ง ตนทำมาแล้ว 2 ครั้ง
ต่อมาทราบว่านายนิวกับนายอาร์มถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก คิดว่าตนน่าจะโดนด้วย จึงได้เดินทางไปหาพ่อที่ประเทศลาว หวังหลบหนี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ตนคิดว่าเรื่องของตนไม่มีอะไรแล้ว ตนจึงเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ได้นั่งรถตู้มาที่จังหวัดร้อยเอ็ดและต่อรถประจำทางเข้ากรุงเทพมหานคร จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ที่ปทุมธานี เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าว อ้างว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติด

ข่าวที่น่าติดตาม