13/09/2026

ตำรวจไทย – เวียดนาม ผนึกกำลังรุกสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ แลกเปลี่ยนบทเรียนเพื่อเตรียมการประชุม APEC 2027 และยกระดับความร่วมมือระดับพื้นที่

IMG_8920

ตำรวจไทย – เวียดนาม ผนึกกำลังรุกสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ แลกเปลี่ยนบทเรียนเพื่อเตรียมการประชุม APEC 2027 และยกระดับความร่วมมือระดับพื้นที่

วันนี้ (13 กันยายน 2569) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยผลความสำเร็จในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 7–11 กันยายน 2569 ของคณะผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองการต่างประเทศ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคงระหว่างสองประเทศ
การเดินทางเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาค

พล.ต.ท.วรวัฒน์ฯ ได้เข้าร่วมประชุมหารือทวิภาคีกับ พล.ต.ท. Tran Ngoc Ha อธิบดีกรมตำรวจอาชญากรรม กระทรวงความมั่นคงสาธารณะเวียดนาม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์และแนวทางความร่วมมือใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Emerging Threats), การต่อต้านการก่อการร้าย (Counter-Terrorism), อาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime) และการควบคุมพรมแดนและการเข้าเมือง (Border Control & Immigration) ปัญหาออนไลน์สแกม ( Online Scam / Call Center) การฟอกเงิน, การรวบรวมพยานหลักฐาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลในคดีข้ามชาติ

ทั้งฝ่ายไทยและเวียดนามเห็นพ้องกันในการกระชับความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ และเกิดประโยชน์ในการช่วยป้องกันอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมถึงการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และการประสานพยานหลักฐานทางดิจิทัลในทางคดี และการสกัดกั้นอาชญากร

นอกจากนี้ เนื่องจากเวียดนามอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2027 ในปีหน้า จึงได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนจากการจัดการประชุม APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเน้นแนวทางสำคัญในการเตรียมการด้านการรักษาความปลอดภัย ได้แก่ การใช้ “การข่าวนำการปฏิบัติ” ควบคู่กับการประเมินภัยคุกคามเชิงรุกล่วงหน้า ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้การจัดการประชุม APEC 2027 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบความสำเร็จ

ผลลัพธ์จากการเยือนอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงการกระชับความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แต่ยัง “มุ่งเน้นการคุ้มครองความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ประชาชน” โดยตรง ผ่านการตัดวงจรแก๊งสแกมเมอร์และการโจรกรรมทางไซเบอร์ที่จะไม่สามารถใช้ช่องว่างระหว่างประเทศมาหลบซ่อนตัวได้อีกต่อไป ซึ่งการยกระดับมาตรการคัดกรองบุคคลและดูแลความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว จะช่วยให้คนไทยและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปศึกษา ทำธุรกิจ หรือท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม ได้รับความคุ้มครองภายใต้เกราะป้องกันทางกฎหมายที่รวดเร็ว ไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ข่าวที่น่าติดตาม