สุพรรณบุรี-คณะกรรมการติดตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5

สุพรรณบุรี-คณะกรรมการติดตามโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 
คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ที่ศาลาการเปรียญ วัดโพธิ์ทองเจริญ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พระเทพสมุทรวัชราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามประเมินผลการดำเนินงาน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โดยมี นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย พระสุพรรณวชิราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี (นิกาย) พระสุพรรณวชิรธรรม เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี (ธรรมยุติ) พระสุพรรณวชิรโมลี ดร. (เจ้าคุณทวี) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี พระครูภาวนาโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองเจริญ นายอำเภออู่ทอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ ร่วมต้อนรับ
มีนายพีระศักดิ์ มาตรศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชย และนายอดิศักดิ์ มาตรศรี กำนันตำบลพลับพลาไชย นายกล่าวรายงานการดำเนินโครงการรักษาศีล 5 และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” เป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะหลักศีล 5 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ความรัก ความสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ และความสงบสุขในสังคม

โดยอาศัยความร่วมมือจากคณะสงฆ์ ผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคีเครือข่าย ตามแนวทางการขับเคลื่อนพลัง “บวร” (บ้าน วัด ราชการ) ปี พ.ศ. 2569 หมู่บ้าน บ้านขาม หมู่ที่ 2 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี วัดโพธิ์ทองเจริญ (วัดบ้านขาม) เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบ ประจำปี 2569 ของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งของชุมชนในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นชุมชนคุณธรรม การดำเนินงานของบ้านขามมุ่งเน้นการนำหลัก ศีล 5 มาใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต โดยส่งเสริมให้ประชาชน ลด ละ เลิกพฤติกรรมที่เป็นอบายมุขและการเบียดเบียนผู้อื่น ตลอดจนส่งเสริมคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันด้วยความเมตตาและเอื้อเฟื้อเกื้อกูล
นอกจากนี้วัดโพธิ์ทองเจริญยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมตามหลักไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา ผ่านกิจกรรมทำบุญตักบาตร สวดมนต์ ฟังธรรม เจริญจิตภาวนา และกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนาประชาชนทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา ในด้านการพัฒนาสังคม บ้านขามได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ จิตอาสา การดูแลผู้สงอายุและผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาสภาพแวดล้อม การส่งเสริมคุณธรรมในครอบครัว ตลอดจนการส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตสาธารณะ โดยมุ่งให้กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของบ้านขาม คือ การบูรณาการพลัง “บวร” อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางด้านจิตใจและคุณธรรม มีผู้นำชุมชนและประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรม และมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายให้การสนับสนุน ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในหมู่บ้าน มีความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกลู และการร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชน

ผลจากการขับเคลื่อนโครงการทำให้ประชาชนบ้านขามได้รับประโยชน์ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ครอบครัว สังคม และคุณภาพชีวิต ประชาชนมีความตระหนักในการรักษาศีล 5 และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เกิดการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างครอบครัว วัด และชุมชนมีจิตอาสา และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ตลอดจนเกิดความเข้มแข็งและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชน อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนงานยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชนบางกลุ่มที่ยังไม่ทั่วถึง ภาระด้านอาชีพและเวลาของประชาชน ข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมและค่านิยมของคนรุ่นใหม่ ดังนั้น บ้านขามจึงมุ่งพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องโดยส่งเสริมแกนนำชุมชน พัฒนากิจกรรมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ
ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี รายงาน
