กาฬสินธุ์-แม่ค้าเชื่อปลาหมอคางดำไม่ทำตลาดอาหารปลาซบเซา แต่เป็นห่วงชาวประมงลุ่มน้ำ ขณะประมงลุยเก็บตัวอย่าง เผยข้อสังเกตตระเวนทั่วเขื่อนแต่พบเพียงจุดเดียวจากอินฟูคนเดิม

กาฬสินธุ์-แม่ค้าเชื่อปลาหมอคางดำไม่ทำตลาดอาหารปลาซบเซา แต่เป็นห่วงชาวประมงลุ่มน้ำ ขณะประมงลุยเก็บตัวอย่าง เผยข้อสังเกตตระเวนทั่วเขื่อนแต่พบเพียงจุดเดียวจากอินฟูคนเดิม

แม้ว่า กรมประมง จะออกมายืนยันว่า มีการพบปลาหมอคางดำที่เขื่อนลำปาว แต่สำหรับแม่ค้าอาหารปลาเชื่อว่าการพบในครั้งนี้จะไม่ทำให้การบริโภคอาหารซบเซาเนื่องจากไม่ได้เอามาทำเป็นเมนู แต่เป็นห่วงชาวประมงที่หากเป็นสัตว์น้ำที่ทำลายระบบนิเวศน์อาจจะมีผลกระทบต่อการขยายพันธุ์สัตว์น้ำ ขณะที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ จับมือฝ่ายปกครองลงพื้นที่พร้อมรณรงค์ให้ชาวประมงเขื่อนลำปาวหากพบเห็นให้รีบแจ้ง เพื่อสรุปและประชุมเพื่อรับมาตรการณ์ในเย็นวันนี้
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ภายหลังจากที่กรมประมงออกมายืนยันว่าการพิสูจน์ ”ปลา“ ที่พบในเขื่อนลำปาวจำนวน 2 ตัว จากกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด เป็น ปลาหมอคางดำ ที่ทางประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ รอเอกสารยืนยันเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงสะท้อนจาก พ่อค้าแม่ค้าปลาในตลาดสด และร้านอาหารทั่วไปพบว่า เชื่อว่าปัญหาการพบปลาหมอคางดำจะไม่กระทบต่อธุรกิจค้าขายอาหาร

เนื่องจากปลาที่จำหน่ายตามท้องตลาดรวมถึงปลาที่นำไปประกอบอาหาร ไม่ได้ทำมาจาก “ปลาหมอคางดำ” แต่เป็นห่วงระบบนิเวศน์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ปลาในเขื่อนลำปาว ที่หากพบว่าปลาหมอคางดำจะไปทำลายระบบนิเวศน์จริง แต่ในทางกลับกันก็เชื่อว่า ปลาหมอคางดำ แม้จะมีปัญหาในระบบนิเวศน์แต่หากบริโภคได้ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับคนอีสาน
น.ส.ปราณีย์ ธรรมวัตร์ เจ้าของร้านอาหารริมทาง เขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกตกใจว่ามีข่าวการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงกับชาวประมงในเขื่อนลำปาวและประชาชนที่มีไร่นาว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ และในด้านการค้าขายอาหารมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดกับร้านอาหารเนื่องจากไม่ได้นำปลาหมอคางดำมาทำอาหาร ที่ร้านจะใช้ปลานิล อีกทั้งปลาหมอคางดำหากสามารถรับประทานได้ ประกอบอาหารได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายกิติพงษ์ ศรีสุพรรณ์ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านขายปลานิลในตลาดทุ่งนาทอง เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่าไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะเชื่อว่า กรมประมงจะปราบได้เหมือนเดิม ส่วนปลาหมอคางดำที่พบหากมีการแพร่ระบาดเชื่อว่าหากปลาหมอคางดำกินได้ คนอีสานก็จะกินเหมือนเดิม ส่วนบรรยากาศการค้าขายปลาในช่วงนี้ก็ปกติขายไม่ดีอยู่แล้วที่เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีมากกว่า
ส่วนความเคลื่อนไหวที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประมง เพื่อสรุปเส้นทางการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว พร้อมระบุว่าในขณะนี้ฝ่ายปกครอง พร้อมที่จะเข้าร่วมเอกซเรย์พื้นที่ โดยเฉพาะ อ.หนองกุงศรี ต.หนองสรวง ที่พบปลาหมอคางดำ เพียงแห่งเดียว อย่างไรก็ตาม ในเขตอำเภอที่ติดเขื่อนลำปาวและติดน้ำไม่ว่าจะเป็นลำน้ำปาว ลำน้ำชี เจ้าหน้าที่ประมงและฝ่ายปกครอง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะร่วมตรวจสอบ โดยในช่วงเย็นวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับ อธิบดีกรมประมง เพื่อรับมอบแนวทางปฎิบัติและมาตรการในการปราบปลาหมอคางดำต่อไป

รายงานแจ้งว่า การพบปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยชาวประมง เป็นการพบของชาวประมงคนเดิมคนเดียวกับที่มีการนำภาพปลาหมอคางดำมาลงในโซเชียล จากนั้นก็มีการโพสต์ระบุว่าพบอีก 2 ตัวในพื้นที่เดียวกัน แต่ในส่วนของ ชาวประมงรายอื่น ที่ออกหาปลาเช่นกันกลับไม่มีรายงานพบปลาหมอคางดำเข้ามา ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าติดตามเพื่อดูแนวทางการหาปลา ที่มีความสามารถจับปลาหมอคางดำของชาวประมงรายนี้
สำหรับการพบปลาหมอคางดำในครั้งนี้ แม้ว่าแนวทางการบริโภคอาหารส่วนใหญ่คนอีสานจะไม่กลัวการพบปลาหมอคางดำ แต่ในส่วนของภาครัฐวิตกว่าการพบปลาหมอคางดำ จะไปทำลายระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำหลายนิด โดยเฉพาะ จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นศูนย์กลางการเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของภาคอีสาน
โดยมีเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน 1,225 ราย พื้นที่ 8,500 ไร่ คิดเป็นมูลค่าผลผลิตราว 1,000 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันยังมีเกษตรกรเลี้ยงปลานิลในกระชังอีก 425 ราย รวมกว่า 12,000 กระชัง ซึ่งนับเป็นแหล่งผลิตปลานิลอันดับ 1 ของภาคอีสาน เมื่อรวมมูลค่าผลผลิตกุ้งก้ามกรามและปลานิลสูงถึงปีละ 2,000 ล้านบาท ทำให้ภาครัฐต้องเร่งควบคุมและวางมาตรการสกัดกั้นอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่
