กาฬสินธุ์ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ชี้แจงสถานการณ์เฝ้าระวังปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาว หลังพบเพียงตัวเดียว

กาฬสินธุ์ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ชี้แจงสถานการณ์เฝ้าระวังปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาว หลังพบเพียงตัวเดียว ยืนยันปริมาณยังไม่มากพอต่อการขยายพันธุ์ เร่งสุ่มตรวจฟาร์มต้นทางภาคกลางพร้อมประสานกรมประมงส่งชุดบูรณาการปูพรมตรวจรัศมี 3–5 กิโลเมตร ปลายสัปดาห์นี้ พร้อมสั่งเตือน 6 อำเภอรอบเขื่อนและผู้เลี้ยงปลากระชังกว่า 12,000 กระชัง คัดกรองลูกปลาเข้มงวดก่อนปล่อยลงน้ำ
วันที่ 2 กันยายน 2569 นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงแนวทางและมาตรการการดำเนินการเฝ้าระวังปลาหมอคางดำในพื้นที่เขื่อนลำปาวว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าลูกพันธุ์สัตว์น้ำแปลกปลอมอาจติดมากับปลาที่เกษตรกรสั่งซื้อเข้ามาเพื่ออนุบาลก่อนนำไปปล่อยเลี้ยงในกระชัง ทางสำนักงานประมงจังหวัดจึงได้นำกำลังลงพื้นที่สุ่มตรวจฟาร์มปลาจำนวน 2 แห่ง ซึ่งนำเข้าพันธุ์ปลามาจากพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครปฐม โดยจากการเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งในบริเวณบ่อชำและบ่อดิน พบว่ายังไม่ปรากฏตัวอย่างปลาหมอคางดำเพิ่มเติมแต่อย่างใด

.
สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ได้รายงานสถานการณ์ดังกล่าวไปยังกรมประมงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางกรมประมงเตรียมจัดชุดปฏิบัติการบูรณาการร่วมกัน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัด หน่วยเรือตรวจการประมง และกองประมงน้ำจืด (โดยศูนย์ประมงน้ำจืดสกลนครซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่กาฬสินธุ์) เพื่อเตรียมลงพื้นที่ปูพรมวางตาข่ายและกวาดตรวจตามหลักวิชาการในรัศมี 3–5 กิโลเมตร รอบจุดที่เคยพบปลา โดยคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการกวาดตรวจได้ภายในช่วงวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์ของสัปดาห์นี้

.
นอกจากนี้ ด้านการป้องกันและประชาสัมพันธ์ ได้มีการส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 6 อำเภอรอบเขื่อนลำปาว ให้ช่วยกระจายข่าวสารเฝ้าระวังแก่ประชาชน พร้อมทั้งแจ้งไปยังกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในเขื่อนลำปาวที่ขึ้นทะเบียนไว้อย่างถูกต้อง ซึ่งมีจำนวนราว 12,000 กระชัง ให้เพิ่มความคัดกรองสังเกตลูกพันธุ์ปลานิลอย่างใกล้ชิดก่อนจะนำลงเลี้ยงในกระชัง เนื่องจากช่วงเวลาที่มีการคัดนับจำนวนลูกปลาลงกระชัง จะเป็นช่วงที่สามารถมองเห็นและสังเกตสิ่งแปลกปลอมได้ง่ายกว่าช่วงที่ปลาอยู่ในบ่อชำ

.
นายบุญธง กล่าวต่อว่า หากปล่อยให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นในเขื่อนลำปาว อาจส่งผลกระทบย้อนขึ้นไปทางจังหวัดอุดรธานีเนื่องจากธรรมชาติของปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นที่สูง หรืออาจแพร่กระจายลงมาตามกระแสน้ำในช่วงปลายฤดูฝนไปสู่แม่น้ำชี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและประมงในจังหวัดกาฬสินธุ์และร้อยเอ็ดตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เนื่องจากปัจจุบันตรวจพบเพียงตัวเดียว ปริมาณจึงยังไม่มากพอที่จะสามารถจับคู่ขยายพันธุ์ได้ ประกอบกับในทางวิชาการ ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่แพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในสภาพน้ำกร่อยเป็นหลัก แม้จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ในน้ำจืดได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่ยืนยันว่าปลาชนิดนี้จะสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในแหล่งน้ำจืดสนิท
.
