31/08/2026

สงขลา-“รอง ยศนัน” ลุยภาคใต้รับ ครม.สัญจร ดัน Nature Positive ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียว

3_0

สงขลา-“รอง ยศนัน” ลุยภาคใต้รับ ครม.สัญจร ดัน Nature Positive ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียว

 

วันนี้ (31 ส.ค.69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (อ.เชน) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ภาคใต้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม.สัญจร) เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด Nature Positive และ Nature Financing หวังยกระดับภาคใต้สู่ต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ

 

รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะต่อยอดความสำเร็จของ “โครงการธนาคารปูม้า” ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านแนวคิด Local Growth Engine เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรชายฝั่ง สร้างรายได้ให้ชุมชน และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยเตรียมนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้ติดตามคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ สนับสนุนการฟื้นฟูทะเลผ่านการปล่อยปูม้า สร้างโดมปะการัง และอนุรักษ์โลมาอิรวดี เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

 

พร้อมกันนี้ รัฐบาลเตรียมผลักดันนโยบาย Nature Positive สู่เวที STS Forum ในเดือนตุลาคม เพื่อดึงดูดความร่วมมือและเงินลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ เปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้ให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันพื้นที่ให้เป็น Living Lab ด้านการอนุรักษ์และการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับโลก ควบคู่กับการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติ ทั้งการต่อยอดปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไบโอดีเซล การพัฒนา Andaman Wellness Corridor การผลักดันโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 และการพัฒนาสมุนไพรท้องถิ่น เพื่อเสริมศักยภาพภาคใต้ให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชีวภาพของภูมิภาค

 

ด้านนายภาณุมาศ สุยบางดำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ขับเคลื่อนโครงการธนาคารปูม้าต่อเนื่องกว่า 8 ปี จนขยายเครือข่ายกว่า 112 แห่งในพื้นที่สงขลา ตรัง กระบี่ และสตูล สร้างชุมชนต้นแบบด้านการอนุรักษ์และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจจากทรัพยากรทางทะเล ขณะที่นายอับดุลเลาะห์ จันทร์ลิหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา และประธานเครือข่ายธนาคารปูม้าจังหวัดสงขลา ยืนยันว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมเป็นกลไกเชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชนประมง เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่งอย่างสมดุล สร้างความมั่นคงด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

 

ระหว่างการลงพื้นที่ ตัวแทนสมาคมประมงพื้นบ้านจากหลายจังหวัดภาคใต้ได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเสนอ 20 ประเด็น ที่เคยยื่นต่อรัฐบาล โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาการทำประมงทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทุนการประกอบอาชีพ การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล การตลาด การแปรรูปสัตว์น้ำ ไปจนถึงมาตรการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน
ศ.ดร.ยศชนัน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของชาวประมง พร้อมระบุว่าได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังความคิดเห็นและนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบาย เพื่อกำหนดมาตรการที่สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกับการประกอบอาชีพประมง โดยย้ำว่าปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และจะผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรอย่างยั่งยืน

 

ด้านนายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ที่ปรึกษาสมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามและย้ำเตือนรัฐบาลให้เร่งผลักดันข้อเสนอทั้ง 20 ประเด็นไปสู่การปฏิบัติ หลังจากที่ได้ยื่นข้อเสนอไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดหวังว่าจะเกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพประมงพื้นบ้านในระยะยาว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังสะท้อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กรมประมง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.สัญจร และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

ข่าวที่น่าติดตาม