เพชรบุรี-พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัคร สว.ถือไม้ปฏัก บุก กกต.เพชรบุรี ทวงถามความคืบหน้า ดำเนินคดีอาญา ผู้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สว.

เพชรบุรี-พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัคร สว.ถือไม้ปฏัก บุก กกต.เพชรบุรี ทวงถามความคืบหน้า ดำเนินคดีอาญา ผู้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สว.
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม พลตำรวจตรีบัญญัติ เพียรสวัสดิ์ ผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาที่
สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเพชรบุรี ถือไม้ปฏักแทงวัว และหนังสือรวมกฏหมาย เข้ายื่นหนังสือ ติดตามการขอหลักฐานการดำเนินคดีกับผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน7รายตามคำวินิจฉัยของประธานกรรมการการเลือกตั้ง และเหตุผลพร้อมพยานหลักฐานกรณีวินิจฉัยยกคำร้องผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน13ราย ถึง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานการเลือกตั้ง (ผอ.กต.)ประจำจังหวัดเพชรบุรี
หนังสือร้องเรียนดังกล่าวสรุปได้ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 พล.ต.ต.บัญญัติ ได้ยื่นคำร้องต่อ ผอ.กต.จว.เพชรบุรี ให้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เนื่องจากพบว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มอาชีพที่สมัครน้อยกว่า10ปี จำนวน 20 ราย และต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม2568 ผอ.กต.จว.เพชรบุรี ได้แจ้งว่าประธานกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้องจำนวน7ราย และให้ยกคำร้องผู้ถูกร้องจำนวน13ราย แต่ไม่มีการแจ้งผลความคืบหน้าถึงการดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้อง7รายตามคำวินิจฉัยแต่อย่างใด ดังนั้นในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ตนจึงยื่นหนังสือถึง ผอ.กต.จว.เพชรบุรี เพื่อติดตามผลและขอทราบความคืบหน้าถึงการดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้อง7รายตามคำวินิจฉัยดังกล่าว
ซึ่ง ผอ.กต.จว.เพชรบุรี ได้มีหนังสือตอบลงวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มีใจความเพียงว่าได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่แจ้งให้ทราบว่าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนคนใด สถานีตำรวจใด เมื่อใด ตามคำร้องทุกข์คดีอาญาหมายเลขใด และผลการดำเนินการอยู่ในชั้นไหน เป็นอย่างไร อีกทั้งไม่แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่ขอทราบเหตุผลและพยานหลักฐานที่ประธานกรรมการการเลือกตั้งยกคำร้องผู้ถูกร้องจำนวน13รายว่าเป็นเพราะเหตุใด เนื่องจากข้อเท็จจริงที่มีนั้นผู้ถูกร้องจำนวน13รายก็เป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มอาชีพที่สมัครน้อยกว่า10ปี โดย พล.ต.ต.บัญญัติได้ให้ข้อมูลในคำให้การต่อพนักงานไต่สวนที่ได้สอบปากคำประกอบคำร้องไว้แล้ว
ครั้งนี้จึงเดินทางมายื่นขอทราบผลการดำเนินการพร้อมให้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
1.มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกร้อง7รายเมื่อใด ใครเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตามคำร้องทุกข์คดีอาญาหมายเลขใด ผลความคืบหน้าเป็นอย่างไร พร้อมสำเนาเอกสารประกอบ
2.ขอสำเนาคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนไต่สวนผู้ถูกร้องทั้ง20ราย และขอทราบความเห็นของพนักงานไต่สวนที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาวินิจฉัย 3.ขอสำเนาหนังสือมอบอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มอบอำนาจให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ามอบอำนาจให้ใครเมื่อใด
4.ขอทราบหลักฐานทางคดีและเหตุผลที่ประธานกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยยกคำร้องผู้ถูกร้อง13ราย
และ 5.ขอทราบว่าผู้ใดเป็นผู้รับรองและเป็นพยานรับรองเท็จว่าผู้ถูกร้องทั้ง7รายมีคุณสมบัติซึ่งประกอบอาชีพในด้านนั้นๆมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า10ปี อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยขอสำเนาเอกสาร สว.4 เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ให้ดำเนินการโดยเร็วเนื่องจากรวมเวลาร้องเรียนนานถึง2ปีแล้ว หากท่านไม่ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลด้วยการประวิงเวลาก็ดีหรือไม่เปิดเผยข้อมูลก็ดีตนจะได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง
” การเดินทางมาร้องเรียนครั้งนี้ผมเอาไม้ปฏัก มาด้วย ไม้ปฎักนี้ คนเพชรบุรี คนเลี้ยงวัว และชาววัวลานรู้กันดีว่ามีไว้กระตุ้นเตือน วัวที่เกียจคร้าน เฉื่อยชา ให้เร่ง ทำงาน หรือเร่งเดิน พร้อมถือหนังสือกฎหมายมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าต้องเดินไปตามทิศทางที่กฏหมายกำหนด
ไม่ได้ว่า กกต.เป็นวัว เป็นควาย แต่ กรณีที่ผมร้องเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งประเทศแต่ยังไม่มีการดำเนินคดีอาญาอย่างจริงจัง ถ้าข้าราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ยังทำตัวเป็นแม่ค้าผักดองอย่างนี้ ความยุติธรรมความจริงจะเกิดได้ตรงไหน กกต.เปรียบเสมือนขบวนรถไฟที่จะนำความยุติธรรมการเลือกตั้งไปสู่จุดหมาย แต่ถ้าพนักงานขับรถไฟไม่ขับไม่ทำงาน กระบวนการยุติธรรมก็ไม่มีทางเดินหน้า ผมขอเป็นตัวแทนในการกระตุ้นและทวงถามความยุติธรรมให้กับประชาชนทั้งประเทศ” พล.ต.ต.บัญญัติ กล่าว
