เชียงใหม่-แถลงปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ”ปราบขบวนการทุจริตทางทะเบียน เดินหน้าขยายผลทุกราย

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร อย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบ
ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” เดินหน้าขยายผลทุกราย
ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าว สวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) เป็นการออกบัตรให้แก่ กลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลการทำงาน และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.สัญชาติ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายวรศิษฎ์
เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ”
การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากอำเภอไชยปราการ ร่วมกับชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. ได้ดำเนินการตรวจสอบการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) ในเขตพื้นที่ อ.ไชยปราการ พบว่าในห้วงปี พ.ศ. 2561 – 2565 มีการออกบัตรทะเบียน 0 จำนวน 5,044 คน ซึ่งมีรายละเอียดที่ผิดปกติ ดังนี้

1. การใช้บ้านเลขที่ที่ไม่มีอยู่จริง (บ้านผี), บ้านเลขที่สมมุติ, สภาพบ้านพักอาศัยไม่ได้ หรือไม่ได้พักอยู่จริง เป็นจุดรวมรายชื่อ 2. การจงใจเก็บลายนิ้วมือให้ไม่สมบูรณ์ (พิมพ์เอียง,พิมพ์ครึ่งนิ้ว) เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ 3. การรับรองเอกสารเท็จ 4. เอกสารต้นเรื่องสูญหายจํานวนมาก จากการสืบสวนเชิงลึกพบคนต่างด้าวที่ทำบัตรทะเบียน 0 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายชัดเจนจำนวน 23 คน
จึงได้ดำเนินการส่งตรวจสอบอัตลักษณ์ภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ กับฐานข้อมูลคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผลการตรวจเปรียบเทียบปรากฏว่าคนต่างด้าวทั้ง 23 คน เป็นบุคคลที่มีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา 22 คน และ จีน 1 คน พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 137, 162, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวม 37 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน (เสียชีวิตแล้ว 2 คน), อดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าบ้าน ผู้เป็นพยานรับรอง 11 คน และ บุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 23 คน

จากนั้นพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 และ ศาลจังหวัดฝาง โดยศาลอนุมัติหมายจับ บุคคล 3 กลุ่ม 36 หมาย ดังนี้
1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 1 คน / 2 หมาย คือ นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอําเภอ ใน จว.เชียงราย ผู้อนุมัติทะเบียนให้กับคนต่างด้าว ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50

2. กลุ่มผู้รับรอง จำนวน 11 คน / 11 หมาย ได้แก่
2.1 อดีตกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้รับรอง จำนวน 8 คน / 8 หมาย
2.2 เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จำนวน 3 คน / 3 หมาย
ซึ่งได้รับรองให้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ทั้งที่ไม่มีบ้านอันจะอยู่อาศัยได้จริง ในบ้านมีจำนวนคนต่างด้าวมากผิดปกติ และเอกสารหลักฐานสูญหายเป็นจำนวนมาก ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 83, 137, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50

3. กลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 23 คน / 23 หมาย ในความผิดฐาน “เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือ มีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50 วรรคสอง
ศาลอนุมัติหมายค้น จำนวน 12 หมาย ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของบุคคลที่ถูกออกหมายจับผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ 20 คน ได้แก่ 1. นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ 2. กลุ่มอดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จับกุมได้ 10 คน และ 3. กลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จับกุมได้ 9 คน (สัญชาติ จีน 1 คน และ เมียนมา 8 คน)

จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนอําเภอไชยปราการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณ กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ปปง. และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน และชาวต่างชาติทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ หากประชาชนที่พบความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการ สวมสิทธิทางทะเบียน เช่น มีการจัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อบุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงทางทะเบียน เพราะข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชน และเป็นด่านแรกในการป้องกันอาชญากรรมหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิ บัญชีม้า นอมินี ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการปิดช่อง ความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ
พัฒนชัย/เชียงใหม่
