ย้อนความเดิมคดี“นิพนธ์–รถ 50.8 ล้าน” โดนฟ้อง ม.157

ย้อนความเดิมคดี“นิพนธ์–รถ 50.8 ล้าน” โดนฟ้อง ม.157
………
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้อง “นิพนธ์ บุญญามณี” อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และอดีตนายกฯอบจ.สงขลา คดีไม่จ่ายเงินค่ารถอเนกประสงค์ในการซ่อมบำรุงถนนให้บริษัทเอกชนที่ถูกร้องเรียนฮั้วประมูล และทางจังหวัดสั่งชะลอการเบิกจ่าย โดยศาลชี้ใช้อำนาจตรวจสอบเพื่อประโยชน์ราชการ ไม่พบเจตนากลั่นแกล้งเอกชน ที่สำคัญคือไม่พบเอกสารหลักฐานการตั้งฏีกาเบิกเงิน
ความเดิมของเรื่องเริ่มจากการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาในยุคที่อุทิศ ชูช่วย นั่งบริหารอยู่มีนโยบายจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 10 ล้อ จำนวน 2 คัน วงเงิน 50,850,000 บาท โดยบริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล
ช่วงนั้นนิพนธ์ บุญญามณีเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา และมีการร้องเรียนว่าการประมูลอาจมีการฮั้วประมูลและปลอมแปลงเอกสาร นิพนธ์จึงสั่งตรวจสอบและ ชะลอการเบิกจ่ายเงิน ให้เอกชน โดยเจ้าตัวยืนยันว่าทำเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ อบจ. ภายใต้การสั่งการของจังหวัด
ต่อมา ป.ป.ช.กลับเห็นว่า การร้องเรียนเรื่องฮั้วประมูลเป็นอีกประเด็นหนึ่ง และการที่ อบจ.รับมอบรถแล้วแต่ไม่จ่ายเงินให้คู่สัญญา เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงมีมติชี้มูลนิพนธ์ตาม มาตรา 157
จุดที่น่าสนใจมากคือ “คดีฮั้ว” กับ “คดีนิพนธ์” เป็นคนละคดีกัน
ตำรวจมีการสอบสวนบริษัท พลวิศว์ฯ และเอกชนคู่เทียบในข้อกล่าวหา ฮั้วประมูล/ปลอมเอกสาร และมีการส่งสำนวนดำเนินคดีด้วย ว่าด้วยเรื่องปลอมแปลงเอกสาร เป็นเรื่องซับซ้อนมาก ต้องเดินทางไปค้นหาเอกสารถึงต่างประเทศ ซึ่งประเทศต้นทางยืนยันว่า เป็นเอกสารปลอม และมีการใช้เอกสารปลอมชุดเดียวกันในการยื่นประมูลถึงสามครั้ง และผู้บริหารบริษัทพลวิศว์ฯก็ถูกดำเนินคดีหลายคน
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.กลับดำเนินคดีกับนิพนธ์ในอีกข้อหาหนึ่งว่า ละเว้นไม่เบิกจ่ายเงิน ทั้งที่นิพนธ์ต่อสู้ว่าเหตุที่ไม่จ่ายก็เพราะมีข้อร้องเรียนเรื่องฮั้ว/ใช้เอกสารปลอมนั่นเอง
ประเด็นนี้จึงกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญของคดี และมีสื่อเคยตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของการดำเนินคดีทั้งสองส่วน
คดีเดินมาถึง 9 มิ.ย. 2565 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ อบจ.สงขลา ชำระเงินให้บริษัท พลวิศว์ฯ พร้อมดอกเบี้ย โดยเห็นว่าสัญญาซื้อขายยังมีผล ไม่ได้เป็นโมฆะ
ต่อมา 28 ก.ย. 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษา จำคุกนิพนธ์ 9 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 5 ปี จากคดีมาตรา 157 เรื่องไม่อนุมัติจ่ายเงิน 50.85 ล้านบาท ให้บริษัทพลวิศว์
นิพนธ์ยื่นอุทธรณ์และได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์
และมี “ความเดิม” อีกเรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุด
เมื่อ 3-4 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดเพิ่งมีคำพิพากษายืนเพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ให้นิพนธ์พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา โดยเห็นว่ากระบวนการออกคำสั่งไม่ถูกต้องตามรูปแบบและขั้นตอนที่เป็นสาระสำคัญ
แต่นี่เป็นคดีทางปกครอง ไม่ใช่คดีอาญามาตรา 157 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เคยจำคุก 9 ปี
คดีเดินมาถึงวันนี้“ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนิพนธ์” เรียบร้อยแล้ว แต่คดียังไม่ถึงที่สุด ป.ป.ช.ยังมีสิทธิ์ยื่นต่อศาลฏีกา เพื่อขอฏีกาคดีได้ โดยอำนาจในการให้ฏีกาอยู่ที่ศาลในการพิจารณาสำนวนคดี ศาลจะให้ฏีกา หรือไม่ให้ก็ได้
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า ป.ป.ช.จะขอฏีกาต่อศาลหรือไม่
#นายหัวไทร
#ตำนานคดีนิพนธ์
#ทำเฒ่าเรื่องเพื่อน
