24/08/2026

ขอนแก่น – แบงก์ชาติอีสานแถลงเศรษฐกิจไตรมาส 2/2569 ทรงตัว การบริโภคยังหดตัว ขณะที่เกษตร–อุตสาหกรรมเริ่มฟื้น จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

S__524772039_0

ขอนแก่น – แบงก์ชาติอีสานแถลงเศรษฐกิจไตรมาส 2/2569 ทรงตัว การบริโภคยังหดตัว ขณะที่เกษตร–อุตสาหกรรมเริ่มฟื้น จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแถลงข่าว “เศรษฐกิจและการเงินไตรมาส 2 และแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2569” เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–11.30 น. ณ ห้องประชุมปัญญาวิจิตร โดยมี นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้แถลงภาพรวมภาวะเศรษฐกิจอีสาน ในไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า เศรษฐกิจโดยรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนหดตัว ท่ามกลางค่าครองชีพโดยรวมที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อซึ่งยังมีความเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส เศรษฐกิจได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ทำให้การใช้จ่ายของประชาชนมีปัจจัยช่วยพยุงในระยะหนึ่ง

ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวระยะใกล้ภายในภูมิภาค ขณะที่ รายได้เกษตรกรกลับมาขยายตัว ตามผลผลิตยางพาราและราคามันสำปะหลังที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้รายได้ในภาคเกษตรมีทิศทางดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากคู่ค้าที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงกิจกรรมการผลิตบางกลุ่มที่เริ่มฟื้นตัว แม้ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงาน

สำหรับ แนวโน้มเศรษฐกิจอีสานในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพ แม้แรงกดดันดังกล่าวมีแนวโน้มผ่อนคลายลง

นอกจากนี้ ยังต้องติดตาม ความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำและผลผลิตทางการเกษตรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงรายได้ของเกษตรกรและกำลังซื้อในพื้นที่

ด้านมาตรการดูแลเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงดำเนินนโยบายดูแลเศรษฐกิจและการเงินมหภาค ควบคู่กับมาตรการเฉพาะจุดและการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อสนับสนุนการปรับตัวของประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs โดยมีมาตรการสำคัญในด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน และการลดต้นทุนทางการเงิน

ในส่วนของการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีโครงการ SMEs Credit Boost ซึ่งปัจจุบันมียอดอนุมัติสินเชื่อประมาณ 50,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการ SMEs Secure+ และ SMEs Credit Portal เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

 

ด้านการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน มีโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งปัจจุบันมีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วเกือบ 140,000 บัญชี ขณะที่การลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการทางการเงิน มีการปรับลดหรือยกเลิกค่าธรรมเนียมหลายรายการ คาดว่าจะช่วยลดภาระของประชาชนและภาคธุรกิจได้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจอีสานในไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว แม้การบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแรง แต่ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ขณะที่มาตรการภาครัฐมีส่วนสำคัญในการประคับประคองกำลังซื้อและสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยในไตรมาส 3 ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงทั้งจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด.

ข่าวที่น่าติดตาม