19/08/2026

บช.ปส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้น 10 จุด ชุมชนล็อคปฏิรูปที่ดิน 5 ไร่ เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด ควบคู่สร้างชุมชนเข้มแข็ง

IMG_6258

บช.ปส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้น 10 จุด ชุมชนล็อคปฏิรูปที่ดิน 5 ไร่ เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติด ควบคู่สร้างชุมชนเข้มแข็ง

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญของชาติ
และต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเดือดร้อน ความปลอดภัย
และคุณภาพชีวิตของประชาชน

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งจากภายในชุมชน จึงริเริ่ม “โครงการชุมชนปลอดภัย
ได้ลูกหลานกลับคืน” โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ลดความหวาดกลัว และสร้างชุมชนที่สามารถดูแลและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวมุ่งบูรณาการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับพื้นที่ เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด พร้อมพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกำลังสำคัญในการแจ้งเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด และเฝ้าระวังบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งนอกจากนี้ ยังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานรัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อม เพื่อลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม ทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิด (CCTV)


ซึ่งนอกจากจะช่วยตัดโอกาสการกระทำผิดแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนในพื้นที่ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในห้วงเดือน ธ.ค.68 เป็นต้นมา ได้ดำเนินโครงการทั่วประเทศแล้ว
7 ชุมชน ครอบคลุม 2,699 ครัวเรือน มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 6,287 คน ติดตั้งกล้องวงจรปิด 36 จุด ไฟส่องสว่าง
40 จุด และสามารถจับผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพในชุมชนได้กว่า 65 ราย สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของประชาชน
ที่ต้องการเห็นชุมชนของตนเองปลอดภัยอย่างแท้จริง

ล่าสุด วันนี้ (19 ส.ค.69) เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร
รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 1, ปปส.ภาค 1, อำเภอธัญบุรี, สาธารณสุขอำเภอธัญบุรี, เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์, สภ.ธัญบุรี และคณะกรรมการชุมชนล็อคปฏิรูปที่ดิน 5 ไร่ ร่วมกันลงพื้นที่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น กวาดล้างเครือข่ายแก๊งยาเสพติด ผู้ค้ารายใหญ่ และนักค้ารายย่อยในชุมชน รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ปฏิบัติการครั้งนี้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ปส. และ จนท.ปปส.ภาค 1, จนท.ปกครองอำเภอธัญบุรี และ จนท.ตำรวจ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ร่วมกันเข้าปฏิบัติการเป้าหมายสำคัญ จำนวน 10 จุด ทั่วทั้งชุมชนล็อคปฏิรูปที่ดิน 5 ไร่ เพื่อกดดันและตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ โดยมีผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน
6 ราย ซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า 73 เม็ด และไอซ์ 1 ซองเล็ก และพบผู้เสพยาเสพติด
จำนวน 4 ราย
ภายหลังการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ บช.ปส. เดินหน้าตรวจสอบและสำรวจพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมบังคับใช้กฎหมาย
กับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อสกัดและตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดในชุมชน ควบคู่การทำงานเชิงรุก
ด้วยการประสานผู้นำชุมชนและประชาชน ให้ความรู้ถึงโทษภัยยาเสพติด ส่งเสริมการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส ตลอดจนมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สะท้อนจุดยืน บช.ปส. ที่ “ปราบจริง ป้องกันจริง เข้าถึงประชาชน” เดินหน้าสกัดยาเสพติดทุกมิติ เพื่อคืนความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า การดำเนินโครงการชุมชนปลอดภัยในพื้นที่ชุมชนล็อคปฏิรูปที่ดิน 5 ไร่ เป็นการนำแนวทางการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดลงไปแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน เพื่อให้สามารถมองเห็นปัญหาและแก้ไขปัญหา
ได้ตั้งแต่ต้นทาง“หัวใจสำคัญของการทำให้ชุมชนปลอดภัย คือ การที่ประชาชนรู้สึกว่าพื้นที่ของตนเองได้รับการดูแล และสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนและทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้ชุมชนสามารถเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดได้ด้วยตนเอง”
การเดินหน้าครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการปิดล้อมตรวจค้น เพราะเป้าหมายสำคัญคือการตัดวงจรยาเสพติดควบคู่กับการสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้คนในชุมชน ตั้งแต่การเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส ป้องกันเด็กและเยาวชน ไปจนถึงการร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้ชุมชนสามารถยืนหยัดต่อสู้กับปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน ผบช.ปส.กล่าว

กองบัญชาการตำรวจปราบปราบยาเสพติด (บช.ปส.) ขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องลูกหลานและชุมชนของตนเองจากภัยยาเสพติด เพราะการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมิใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่
สายด่วน 191 สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนศูนย์รับแจ้งเหตุยาเสพติด 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้ง
จะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

ข่าวที่น่าติดตาม