15/08/2026

สมุทรสาคร-“ศุภจี” ลงพื้นที่สมุทรสาคร ผนึกทุกหน่วยงานแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอม ดันล้งชุมชน เพิ่มมูลค่าครบวงจร

IMG_5847

สมุทรสาคร-“ศุภจี” ลงพื้นที่สมุทรสาคร ผนึกทุกหน่วยงานแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอม ดันล้งชุมชน เพิ่มมูลค่าครบวงจร

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอม รับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกร ตลอดจนติดตามแนวทางการจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ในพื้นที่ ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด โดยมี นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และ นายปัญญา ชวนบุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต 4 พรรคภูมิใจไทย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนเกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและหารือแนวทางแก้ไขปัญหา

นางศุภจี กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมในช่วงนี้ยังไม่ถูกกดดันมากนัก เนื่องจากยังไม่เข้าสู่ช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 พบว่า ราคาที่เกษตรกรขายจากสวนอยู่ที่ประมาณ 8–9 บาทต่อผล ขณะที่ราคารับซื้อหน้าโรงงานอยู่ที่ประมาณ 11–12 บาทต่อผล อย่างไรก็ตาม ยังไม่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าพอใจ เนื่องจากในช่วงเดือนต่อจากนี้ไปจนถึงปลายปี จะเป็นช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำเช่นที่ผ่านมา
ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมไม่ได้เกิดจากปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยหลายด้าน ทั้งปริมาณผลผลิตที่มีมากกว่าความต้องการของตลาด ระบบการรวบรวมผลผลิต ตลอดจนการแปรรูปที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลไกตลาดและรายได้ของเกษตรกร โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจรวบรวมผลผลิตและผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และไม่เอาเปรียบเกษตรกร
ในส่วนของการตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับล้ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยง รวมถึงกรณีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางการถือหุ้น หรือ “นอมินี” และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ การมี “ล้ง” ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย หากผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง จดทะเบียนถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ภาครัฐจำเป็นต้องกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และป้องกันการใช้ช่องทางทางธุรกิจเพื่อเอาเปรียบเกษตรกร
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีกรณีนำน้ำมะพร้าวน้ำหอมไปผสมกับน้ำหรือวัตถุดิบอื่น แล้วนำไปโฆษณาหรือจำหน่ายในลักษณะที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการที่รักษามาตรฐาน กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโรงงานและกระบวนการผลิต เพื่อดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดและรักษามาตรฐานของสินค้ามะพร้าวน้ำหอมไทย

นางศุภจีกล่าวว่า การแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมจำเป็นต้องดำเนินการแบบบูรณาการ ไม่สามารถพึ่งพากระทรวงพาณิชย์เพียงหน่วยงานเดียว จึงได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดย กรมการค้าภายใน จะเร่งบริหารจัดการผลผลิตและเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงกับโมเดิร์นเทรด หน่วยงานราชการ และโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยระบายผลผลิตออกจากพื้นที่ ขณะที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย นางสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเร่งประสานทูตพาณิชย์และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เพื่อหาตลาดใหม่และเพิ่มช่องทางการส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอม ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางระบายผลผลิตและลดแรงกดดันด้านราคา ทั้งนี้ สินค้าจะต้องได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพและมาตรฐานตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะเข้ามาสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาล้งชุมชนให้ดำเนินงานอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การจดทะเบียน การบริหารจัดการ การพัฒนาทักษะ ตลอดจนการวางระบบธุรกิจ เพื่อให้ล้งชุมชนสามารถเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมผลผลิตและเชื่อมโยงตลาด โดยปัจจุบันมีชุมชนและวิสาหกิจชุมชนแสดงความประสงค์ให้ภาครัฐสนับสนุนการจัดตั้งเป็นล้งชุมชนแล้ว 12 แห่ง หนึ่งในนั้นอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร
แนวคิดของล้งชุมชนไม่ได้มุ่งหวังให้เป็นผู้รับซื้อที่ให้ราคาสูงที่สุด แต่ต้องการสร้างกลไกการซื้อขายที่เป็นธรรม ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกและสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง โดยภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุนตามความต้องการของแต่ละชุมชน ทั้งการเชื่อมโยงตลาด การยกระดับมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องควั่น โต๊ะแสตนเลส สายพาน รถยก ห้องแพ็ก และห้องเย็น สำหรับพื้นที่สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด มีความต้องการสำคัญด้านตลาดภายในประเทศ รวมถึงเครื่องควั่น โต๊ะแสตนเลส และสายพาน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลไปจัดทำแผนสนับสนุนต่อไป

นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะเข้ามาช่วยยกระดับมูลค่ามะพร้าวน้ำหอมผ่านการสร้างอัตลักษณ์และการใช้ประโยชน์จาก สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและเพิ่มมูลค่าในตลาด โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ให้สามารถสร้างชื่อเสียงและมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
ในด้านการเพิ่มมูลค่าผลผลิต กระทรวงพาณิชย์เตรียมประสาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้ามาช่วยด้านงานวิจัยและพัฒนา เพื่อหาแนวทางแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่จำกัดเฉพาะการจำหน่ายเป็นผลสด แต่ต้องสามารถนำส่วนต่าง ๆ ของมะพร้าวมาใช้ประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยมีต้นแบบจาก “อะโรเมติก ฟาร์ม” จังหวัดราชบุรี ซึ่งสามารถนำส่วนต่าง ๆ และวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวมาแปรรูปและสร้างมูลค่า เช่น การนำกากหรือวัสดุเหลือใช้ไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล
แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ล้งชุมชนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รวบรวมผลผลิตเท่านั้น แต่สามารถพัฒนาต่อไปสู่การแปรรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดของเหลือทิ้ง และเปลี่ยนสิ่งที่เคยไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นสินค้าและรายได้เพิ่มเติม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้และต้นแบบการพัฒนาไปปรับใช้กับแต่ละชุมชนให้เหมาะสมกับพื้นที่
ขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาวจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง เพราะเมื่อเกษตรกรขายมะพร้าวได้ราคาต่ำ ย่อมมีข้อจำกัดในการนำรายได้กลับมาดูแลสวน ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา และต้นทุนการผลิต ส่งผลต่อคุณภาพผลผลิตในระยะต่อไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงต้องเข้ามาดูแลตั้งแต่เรื่องพันธุ์ การบำรุงรักษาสวน การลดต้นทุน การใช้ปุ๋ยและปัจจัยการผลิต ตลอดจนการดูแลต้นมะพร้าวที่มีอายุมาก เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
สำหรับมาตรการระยะสั้น กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดูดซับผลผลิตและเพิ่มช่องทางการตลาดภายในประเทศ โดยนำมะพร้าวน้ำหอมเข้าสู่โครงการต่าง ๆ ทั้งโมเดิร์นเทรด หน่วยงานราชการ และโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งเป็นการนำสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตรไปจำหน่ายผ่านเครือข่ายในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการบริโภคและช่วยระบายผลผลิตจากแหล่งผลิต
การลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดในปริมาณมาก โดยมุ่งเร่งผลักดันล้งชุมชนในพื้นที่บ้านแพ้วให้เกิดขึ้นโดยเร็ว พร้อมเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงานตั้งแต่ การผลิต การรวบรวม การคัดแยก การแปรรูป การสร้างมูลค่า การพัฒนามาตรฐาน การตลาดในประเทศ และการส่งออก เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ตลอดจนยกระดับมะพร้าวน้ำหอมของจังหวัดสมุทรสาครให้มีมูลค่าและสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนต่อไป.
ณัฐวุฒิ เอกจิโรภาส รายงาน

ข่าวที่น่าติดตาม