24/07/2026

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร อย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์”

IMG_3482

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร อย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์”

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงาน ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ปปง., กทม., กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์” ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อำพรางการจดทะเบียนสมรส และทุจริตทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ

ในห้วงที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” ทลายขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร พร้อมจับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง ต่อมาวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าว สวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) พร้อมจับกุมปลัดอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์” ออกหมายจับ 35 หมาย สามารถจับกุมเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 ราย, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย, ชายไทยที่มาจดทะเบียนรับรองบุตรอันเป็นเท็จ (พ่อทิพย์) 14 ราย, บิดาที่แท้จริง ชาวต่างด้าว 5 ราย และมารดาชาวต่างด้าว 12 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม 2 ราย

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะประกอบด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายแพทย์ ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส., ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์”

การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก มีประชาชนส่งมอบข้อมูลหลักฐานและเบาะแสในกรณีการทุจริตเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร์ในลักษณะการจัดหาสถานะบุคคลให้แก่บุตรของคนต่างด้าว โดยอาศัยการใช้ชายสัญชาติไทย ซึ่งมิใช่บิดาผู้ให้กำเนิด มาแสดงตนรับรองว่าเป็นบิดาของเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการจดทะเบียนเกิดในฐานะบุตรของบุคคลสัญชาติไทย อันเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎร์ ส่งผลให้เด็กได้รับสูติบัตร ทะเบียนบ้าน เลขประจำตัวประชาชน ตลอดจนสถานะบุคคลและสิทธิในฐานะผู้มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ “ขบวนการพ่อทิพย์” โดยมีข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานกับ DOPA N.I.C.E. นำข้อมูลมาวิเคราะห์ พบข้อมูลกุมารทิพย์ต้องสงสัย 1,483 ราย โรงพยาบาลต้องสงสัย 8 โรงพยาบาล ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว 1 โรงพยาบาล มีกุมารทิพย์ต้องสงสัย 62 ราย ตรวจสอบพบการทุจริตของเครือข่ายกุมารทิพย์แล้ว 19 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวน 43 ราย ซึ่งในครั้งนี้เป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 มีกุมารต้องสงสัย 65 ราย ตรวจสอบพบพฤติกรรมรายที่ประชาชนแจ้งเบาะแส เข้าข่ายการเป็นกุมารทิพย์แล้ว 2 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวน 63 ราย โดย DOPA N.I.C.E. ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผล ลงพื้นที่ตรวจสอบสวนพยานบุคคล, จัดเก็บสารพันธุกรรม (DNA) ระหว่าง บิดา-มารดา และบุตร, ตรวจเวชระเบียนที่โรงพยาบาล, ตรวจเอกสารรับแจ้งการเกิดที่สำนักงานเขตห้วยขวาง พบว่า น.ส.ซี แม่สัญชาติจีน และ นายหู พ่อที่แท้จริงสัญชาติจีน ต้องการให้บุตรของตน จำนวน 2 ราย มีสัญชาติไทย เพื่อประโยชน์ที่ได้สิทธิจากการมีสัญชาติไทยในอนาคต จึงได้มีการติดต่อให้กลุ่มคนกลางจัดหาชายไทยมาจดทะเบียนรับรองบุตรอันเป็นเท็จ (พ่อทิพย์) จำนวน 2 ราย ได้แก่ นาย หมง และ นาย วอ (นาย วอ ตรวจพบประวัติต้องหาคดีอาญาที่ สภ.สามง่าม จว.พิจิตร เป็นคดียาเสพติด 2 คดี และคดีการพนัน 1 คดี โดยจะครบกำหนดคุมประพฤติในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2570) น่าเชื่อว่า นาย หมง และ นาย วอ ได้เงินเป็นค่าจ้างตอบแทนในการส่งมอบเอกสารหลักฐานประจำตัวให้ โดยที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับ น.ส.ซี แม่สัญชาติจีนมาก่อน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะเป็นกระบวนการ โดยอาศัยการอำนวยความสะดวกในการรับรองบุตรต่อเจ้าหน้าที่รัฐของโรงพยาบาลเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยโดยผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง จึงได้รวบรวมพยายหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ชายไทยที่จดทะเบียนรับรองบุตรอันเป็นเท็จ (พ่อทิพย์) และ บุคคลต่างด้าว ในความผิดฐาน ร่วมกันใช้หรือแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามอำนาจหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ, ร่วมกันใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันทำใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือ ผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ นำไปสู่การขออกหมายจับต่อศาลจำนวน 4 ราย / 6 หมาย ประกอบด้วย
(1) นาย หมง และ นาย วอ (พ่อทิพย์) จำนวน 2 ราย / 2 หมาย
(2) น.ส.ซี มารดา สัญชาติจีน จำนวน 1 ราย / 2 หมาย
(3) นายหู บิดาที่แท้จริง สัญชาติจีน จำนวน 1 ราย / 2 หมาย

และขอออกหมายค้นต่อศาล รวมจำนวน 4 หมาย เพื่อตรวจค้นตรวจเวชระเบียนที่โรงพยาบาล ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรม สบส., ตรวจเอกสารรับแจ้งการเกิดที่สำนักงานเขตห้วยขวาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ DOPA N.I.C.E. และ กทม. รวมถึงตรวจค้นบ้านบิดามารดาสัญชาติจีน เพื่อเก็บรวบรวมพยานฐานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีต่อไป

ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทุกราย อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในส่วนการแก้ไขรายการที่มีการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้องเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนต่างด้าวเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว และให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมายคนเข้าเมือง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณ กรมการปกครอง และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจด้านความมั่นคงที่จะต้องเดินหน้าตรวจสอบ ขยายผลและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักกฎหมาย พยานหลักฐาน และความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่น่าติดตาม