“พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ” ลงพื้นที่ ศฝร.ภ.3 ตรวจเยี่ยม – เปิดโครงการสร้างครูต้นแบบไซเบอร์ รุ่น 2 เดินหน้าลงพื้นที่สร้างวัคซีนไซเบอร์อย่างตรงจุด

“พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ” ลงพื้นที่ ศฝร.ภ.3 ตรวจเยี่ยม – เปิดโครงการสร้างครูต้นแบบไซเบอร์ รุ่น 2 เดินหน้าลงพื้นที่สร้างวัคซีนไซเบอร์อย่างตรงจุด
วันนี้ (16 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดโครงการสัมมนาครูต้นแบบในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบบูรณาการ รุ่นที่ 2 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 (ศฝร.ภ.3) จ.นครราชสีมา เพื่อเดินหน้าสร้างบุคลากรนำความรู้การป้องกันภัยไซเบอร์ทุกรูปแบบไปถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเข้าถึง เพื่อลดปัญหาการถูกหลอกลวง ลดโอกาสการตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ แก๊งสแกมเมอร์ โดยมี พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ผู้บังคับการลลศฝร.ภ.3 นำข้าราชการตำรวจทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมอบรม

โครงการสัมมนาครูต้นแบบในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบบูรณาการ รุ่นที่ 2 เป็นโครงการต่อเนื่องที่ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เห็นความสำคัญ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนในการสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ ลดจำนวนเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ ลดความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน โดยในรุ่นที่ 2 จะมีการอบรมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3, 4, 8, 9
จากนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ได้ตรวจเยี่ยม ศฝร.ภ.3 ตรวจการฝึก และมอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจ ศฝร.ภ.3 โดยได้กำชับศฝร.ภ.3 ซึ่งถือเป็นแหล่งสร้างตำรวจของตำรวจภูธรภาค 3 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นก้าวแรกในการปลูกฝังการเป็นตำรวจที่ดี ในการป้องกันอาชญากรรมและให้บริการพี่น้องประชาชน ต้องมีการพัฒนาการทำงานของตำรวจให้เข้ายุคสมัย

พร้อมเน้นย้ำผู้บังคับบัญชากำกับดูแลความประพฤติ ระเบียบวินัย และสุขภาวะของผู้ใต้บังคับบัญชา และนักเรียนอบรมทุกหลักสูตรอย่างใกล้ชิด สร้างวัฒนธรรมองค์กรมีวินัย ไม่ไร้ระเบียบ พร้อมเน้นย้ำการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ ต้องทำแบบมืออาชีพ “จริง เร็ว ชัด”
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ย้ำว่า “ตำรวจที่ดีสำหรับประชาชนไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง แต่อยู่ที่การกระทำ”
